บทความ

ของขวัญกล่องที่ 9

 "คนเก่ง" เรียนรู้จากประสบการณ์ของ "ตนเอง" "คนฉลาด" เรียนรู้จากประสบการณ์ของ "ผู้อื่น"

 
           ทุกครั้งที่มีคนมาชื่นชมผมว่า เก่งจัง แนวคิดดีมากคิดได้อย่างไร ผมไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเก่ง แต่ผมกลับรู้สึกว่าผม 'โชคดี" โชคดีที่ได้ครูดี ถ้าวันนี้คุณอยากสร้างความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ประหยัดเวลา ประหยัดเงินทุน ผมแนะนำให้คุณหา ครู Coach หรือ พี่เลี้ยง Mentor ในเรื่องที่คุณกำลังจะทำ
           ผมได้มีโอกาส ได้รับคำแนะนำส่วนตัว จากคุณบัณฑิต อึ้งรังษี ได้มีโอกาส เรียนรู้และติดตาม ดร.วรภัทร ภู่เจริญ รวมทั้งคนเก่งๆ มากมาย นี่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดอันหนึ่งในชีวิตผม ทำให้ผมสำเร็จได้เร็วในวันนี้ (ปล.ผมเป็นคนหาโอกาส หมั่นสร้างโอากาสพยายามเอาตัวเองไปอยู่ใกล้คนดี คนเก่ง) แทนที่จะเอาเวลาชีวิตของเราไปเรียนรู้ลองผิดลองถูก ทำไมเราไม่เรียนรู้ต่อยอดจากครูบาอาจารย์ ที่ท่านทำมาก่อนเราแล้ว ลองมาก่อนเราแล้ว
          บางคนมีความคิด ความเชื่อผิดๆว่า ทำตามคนอื่นไม่เท่ห์ สำเร็จแล้วไม่ท้าทาย ไม่ภูมิใจ ผมอยากเสนอคำคมจากที่ Picaso พูดไว้ และ Steve Jobs ก็เอามาพูดซ้ำอีกครั้งว่า "Good artists copy Great artists steal "แปลว่า ศิลปินที่ดี เลียนแบบ แต่ ศีลปินที่ยิ่งใหญ่ขโมยหมายความว่า สิ่งดีๆ ในโลกเรา เกิดจากการ "ต่อยอดไอเดีย" ของคนที่คิดได้ก่อนหน้าเรา
          ผมจะบอกว่าในโลกแห่งความเป็นจริง คนเค้าไม่สนใจหรอกครับ ว่าคุณจะทำเอง คิดเอง หรือ ทำเป็นทีม คนทำมาก ทำน้อย เค้าสนใจว่า สิ่งที่คุณทำนั้น "เป็นประโยชน์กับตัวเค้า มากน้อยแค่ไหน" ความเท่ห์ คือ มันช่วยคนได้ไหม และ ช่วยคนได้มากเท่าไหร่อันนี้สำคัญกว่า (มาก)
          ผมขอฝากทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ผมเคยได้ถูกสอนมาจาก ครู อาจารย์ ของผม "คนเก่ง" เรียนรู้จากประสบการณ์ของ "ตนเอง" "คนฉลาด" เรียนรู้จากประสบการณ์ของ "ผู้อื่น"เคล็ดลับการเอาเศรษฐี หรือ คนสำเร็จมาเป็นพี่เลี้ยง

1. ทำตนให้เป็นประโยชน์ แบบฟรีๆ ใช่ครับฟรี เพราะคนที่มาด้วยเรื่องเงิน ในหัวคุณจะมีคำว่า คุ้ม ไม่คุ้ม ทำก็ไม่เต็มที่ ผิดใจกันเปล่าๆ ผมแนะนำหาครูคนที่คุณศรัทธา อยากเก่งเหมือนเค้าอยากเรียนรู้จากเค้า และ หาทางไปช่วยงานเค้าฟรีๆ (ผมใช้มุขนี้ จึงได้ร่วมงานกับ คุณบัณฑิตครับ )

2. ลงมือทำ เปลี่ยนแปลงตนเองตามคำแนะนำของอาจารย์ คนส่วนใหญ่ จะมีความสงสัย ต่อรอง ขอทำแบบนี้แทนได้ไหม ? ไว้ก่อนได้ไหม ? คุณอยากรู้ความจริงไหม ? เมื่อคุณเป็นแบบนี้ อาจารย์คุณก็จะบอก "ทางอ้อม" ออกไปหน่อยให้คุณเดิน มันก็ถึงเป้าหมายที่คุณต้องการเหมือนกัน แค่มันช้าหน่อย (เพราะทางตรง สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคุณไม่อยากทำ หรือ ทำไม่พยายามทำให้ได้ ) และ ถ้าเรื่องที่สอง คุณก็ยังทำไม่ได้อีก อาจจะไม่มีอันที่สาม หรือ อาจารย์คุณอาจจะให้แค่กำลังใจ (แสดงว่าเค้าเชื่อแล้วว่าคุณเปลี่ยนไม่ได้ หรือ ยังไม่พร้อมที่จะเปลี่ยน)  ปล.ผมก็เคยเป็น แรกๆที่รู้จักพี่บอย หนึ่งในคำแนะนำ ที่พี่บอยบอกคือ "ต้องสร้างฐานแฟน" ผมก็รับรู้แต่ไม่ลงมือทำ เจอหน้าพี่บอย ผมก็ถามอีก "ว่าผมอยากสำเร็จเพิ่มขึ้นต้องทำอะไรต่อ"พี่บอยบอกว่า"อันเดิมที่พี่บอกไป พี่ยังไม่เห็นเลยนะ" โอ้ว ผมนิรีบลุกขึ้นมา Post เลย พวกคุณเลยได้อ่าน Post ของผมทุกวันไงครับ ^__^ ปล.ผมเชื่อว่า พี่บอยคงบอกไปหลายคน คนสำเร็จ ไม่ใช่คนเก่ง หรือ พิเศษอะไรแค่เป็นคนที่ "Take action" ลงมือทำ และ ทำมันอย่างต่อเนื่อง มันก็แค่นั้นนะ การทำตามที่ครู อาจารย์บอก ต้องเป็นแบบ ไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าคุณจะอยากทำ หรือ ไม่อยากเชื่อศรัทธา ก็ตาม

3.กตัญญูรู้คุณอาจารย์ ผมเห็นหลายคน โดยเฉพาะคนยุคใหม่ พอสำเร็จมองข้าม คนที่เคยให้คำแนะนำในเบื้องต้น ถ้าวันนี้ไม่มีครูอนุบาลสอนคุณ คุณจะบวกเลขเป็นไหม ถ้าวันนี้ไม่มีครูปฐมสอนคุณ คุณจะคูณเลขเป็นไหม ถ้าวันนี้ไม่มีครูมัธยมสอนคุณ คุณจะคิดเลขเป็นไหม ที่เราสำเร็จวันนี้ ผ่านบุญคุณคนมามากมาย ยิ่งคุณกตัญญูครูบา อาจารย์ คุณจะยิ่งเจริญ (เหมือนกตัญญูพ่อแม่ เรื่องนี้สำคัญมากครับ)
 
สุดท้ายขออวยพร ให้ทุกท่านได้เจอ
ครูบา อาจารย์ที่ตรงจริต
เจอท่านที่เป็นสายบุญกันมา มาทำให้คุณเกิดปัญญา
สำเร็จทั้งทางโลก และ ทางธรรมนะครับ

บทความดีๆ

ของขวัญกล่องที่ 10 แต่เพราะเค้าเคยจน เค้าจำความรู้สึก และ สภาพนั้นได้ชัดเจน และ มีความกลัวว่าถ้าไม่ขยัน จะกลับไปมีชีวิตแบบนั้นอีก เรามักมองว่าคนรวยโลภเงิน เห็นแก่ตัว ทำอะไรคิดถึงแต่เร   ของขวัญกล่องที่ 11 "วินัย" คือ การที่คุณ"ลงมือทำ" ในสิ่งที่ "ต้องทำ" แม้ว่าคุณจะ "อยากทำ" หรือ "ไม่อยากทำ" ก็ตาม เมื่อหลายปีก่อน ผมได้อ่านความหมายคำว่า "วินัย" จากหนังสือของ คุณบัณฑิต   ของขวัญกล่องที่ 12 ด้วยความคิดว่า "มันก็ดีอยู่แล้ว" คุณอาจจะเสียโอกาสการตั้งเป้าที่จะได้รับ สิ่งที่ดีกว่า เพื่อนบางคนถามผมว่า ทำไมทำงานหนักจัง จะเอาเงินไปเก็บไว้ที่ไหน อย่าโลภมากนัก