'เฟิร์น สุกี้ตี๋น้อย' ผู้นำทำเอง จากจุดเริ่มต้น สู่วันที่ประสบความสำเร็จและสิ่งที่ต้องแลกมา

หลายคนรู้จัก สุกี้ตี๋น้อย ในฐานะร้านบุฟเฟต์ที่ “คุ้มค่าเกินราคา” โตอย่างรวดเร็วจากร้านเล็กเพียงหนึ่งสาขาสู่เครือข่ายกว่า 80 สาขา มีพนักงานมากกว่า 7,000 คน และสร้างรายได้ระดับพันล้านบาทต่อปี เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือ คุณเฟิร์น ผู้นำหญิงที่เริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่อายุเพียง 25 ปี และเลือกที่จะทำสิ่งที่ต่างจากผู้นำทั่วไป – เธอลงมือทำเองตั้งแต่วันแรก เรียนรู้ทุกขั้นตอนของงาน และใช้ความเข้าใจหน้างานเป็นรากฐานสร้างระบบและวัฒนธรรมองค์กร

บทสัมภาษณ์นี้พาเราเข้าไปสำรวจเส้นทางความคิด วิธีการทำงาน และบทเรียนภาวะผู้นำที่คุณเฟิร์นได้เรียนรู้ตลอดการสร้างสุกี้ตี๋น้อยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

คุณเฟิร์น นัทธมน พิศาลกิจวนิช – ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด (สุกี้ตี๋น้อย)

จุดเริ่มต้นของการเป็นผู้นำ – ลงมือทำเอง เรียนรู้จากศูนย์

เมื่อคุณเฟิร์นเริ่มสุกี้ตี๋น้อย เธอไม่มีทีมใหญ่ ไม่มีฝ่ายสนับสนุน แต่มีเป้าหมายเดียวที่ชัดเจน – อยากมีร้านอาหารที่ขยายได้หลายสาขาทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่ร้านเดียวเพื่อเลี้ยงชีพ เธอเลือกเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพราะต้องทำ แต่เพราะอยากเข้าใจธุรกิจจากรากฐาน

วันแรกของการเปิดร้าน เธอเดินเข้าไปถามพนักงานครัวว่า

“รับผักยังไง ผักดีต้องดูยังไงว่ามีตำหนิหรือไม่”

และทดลองทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเสิร์ฟอาหาร จัดออเดอร์ รับบิลลูกค้า ไปซื้อวัตถุดิบที่ตลาดตอนเช้ามืด จนถึงการสัมภาษณ์พนักงานล้างจานเพื่อเข้าใจความสำคัญของทุกตำแหน่ง เธอยังทำหน้าที่เป็นแอดมินเพจ Facebook ของร้านเอง ทั้งถ่ายภาพ เขียนแคปชัน และตอบข้อความลูกค้า เพื่อรู้ว่าลูกค้าสนใจอะไรและถามถึงเรื่องใดมากที่สุด

ที่น่าสนใจคือแม้จะทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ ไม่มีวันหยุด และเหนื่อยล้าจากการลงมือแทบทุกอย่าง คุณเฟิร์นกลับไม่เคยรู้สึก “เหนื่อยเกินไป” เพราะงานเต็มไปด้วยความสนุกและแรงผลักดัน เธอมองว่านี่คือ การลงทุนเวลาของตัวเอง เพื่ออนาคต และไม่เคยรู้สึกว่า “เสียศักดิ์ศรี” ที่จบปริญญาโท Luxury Management แล้วมาทำงานเสิร์ฟ เพราะสำหรับเธอ ทุกอย่างคือ “ความรู้ใหม่” ที่จะช่วยให้เข้าใจลูกค้าและพนักงานได้ลึกยิ่งขึ้น

จากการทำทุกอย่างสู่การสร้างระบบ เพราะธุรกิจเติบโตเกินการควบคุมแบบเดิม

เมื่อสุกี้ตี๋น้อยเริ่มขยายเป็น 3-4 สาขา คุณเฟิร์นยังพอควบคุมงานได้ด้วยตัวเอง แต่เมื่อถึงสาขาที่ 5-6 เธอเริ่มรู้สึกว่า “ตัวเองไปได้ไม่ถูกที่แล้ว” ระบบการจัดการแบบ manual ที่พึ่งพาบิลกระดาษและการสื่อสารปากเปล่าไม่เพียงพออีกต่อไป

เพื่อรองรับการเติบโต เธอตัดสินใจสร้าง ทีมส่วนกลาง ขึ้นมาที่ออฟฟิศเล็ก ๆ ซื้อคอมพิวเตอร์สามเครื่อง และจ้างพนักงานคนแรกมาทำทุกอย่างตั้งแต่ตรวจบิล สรุปค่าใช้จ่าย ไปจนถึงดูแลเงินเดือน เธอเริ่มศึกษาระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) และ POS (Point of Sale) ด้วยตัวเอง แม้ไม่มีพนักงาน IT หรือ Consultant คอยแนะนำ และยอมรับว่าเกิดปัญหาหนักเพราะไม่มี blueprint ที่ชัดเจน แต่กระบวนการลองผิดลองถูกนี้ทำให้เธอเข้าใจระบบทุกจุดตั้งแต่ต้นทาง

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญคือการพัฒนา มาตรฐาน Food Safety และ Quality Control เธอเรียนรู้จาก supplier น้ำยาทำความสะอาดระดับโรงแรม 5 ดาว เพื่อนำมาตรฐานเหล่านั้นมาปรับใช้กับร้านบุฟเฟต์ราคา 199 บาท ความตั้งใจของเธอคือ “อยากเป็น 5 ดาวในราคา 199 บาท” และลงมือทำความสะอาดเองเพื่อเข้าใจขั้นตอนและปริมาณการใช้ ก่อนจะสร้างทีม Food Safety ทั้งภายในและภายนอกมาช่วยตรวจสอบคุณภาพร้านทุกเดือน

พัฒนาทีมจาก “คอขวด” สู่การ Empower

เมื่อธุรกิจขยายใหญ่ขึ้น คุณเฟิร์นพบว่าปัญหาใหม่เริ่มเกิดจาก ตัวเธอเอง ทุกการตัดสินใจต้องผ่านเธอ ทำให้กลายเป็น “คอขวด” ที่ทำให้ทีมรอและองค์กรเดินช้า วิธีแก้ของเธอคือการ Empower ทีมงาน ให้มีอำนาจตัดสินใจในสิ่งที่ถนัด และสร้างวัฒนธรรมการสื่อสารที่เปิดกว้าง กล้าพูดว่า “ทำไม่ได้” หรือ “ไม่รู้” ได้โดยไม่ต้องกลัวการตำหนิ เธอย้ำกับทีมเสมอว่า การบอกว่า “ไม่รู้” ดีกว่าการบอกว่า “ทำได้” แล้วผิดพลาดในภายหลัง เพราะนั่นจะสร้างความเสียหายมากกว่า

“Say Yes กับเฟิร์นไปว่าทำได้ แล้วมารู้ตอนหลังว่าทำไม่ได้ มันไม่มีประโยชน์ มันยิ่งเป็นความเสียหายให้กับบริษัท”

การสร้างบรรยากาศแบบ Safe Zone ทำให้พนักงานกล้าบอกปัญหา กล้าเสนอความคิดเห็น และหลายครั้งความคิดเห็นเหล่านี้นำไปสู่โปรเจกต์สำคัญของบริษัท เช่น โปรโมชั่นที่มาจากทีม HR หรือบัญชี ซึ่งคุณเฟิร์นให้เครดิตกับเจ้าของไอเดียเสมอ เพราะเธอเองเคยเป็นพนักงานระดับจูเนียร์มาก่อนและเข้าใจความภูมิใจจากการเห็นผลงานตัวเองถูกยอมรับ

CEO อายุน้อย: พิสูจน์ด้วยการแก้ปัญหาให้พนักงานได้

การเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อยทำให้คุณเฟิร์นต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการยอมรับจากทีมงาน เธอเคยสงสัยว่าพนักงานจะให้ความเคารพเธอหรือไม่ เพราะเธอดูเหมือนไม่มีประสบการณ์มากพอ แต่เธอเลือกพิสูจน์ตัวเองด้วยการ ลงมือทำจริงและแก้ปัญหาให้ทีมเห็นผลลัพธ์

เธอไม่เคยประกาศว่า “ฉันเป็นเจ้าของ” แต่ใช้เหตุผลให้พนักงานเข้าใจว่าทำไมต้องทำสิ่งนั้น และเลือกที่จะเข้าไปช่วยหน้างาน ไม่ว่าจะเป็นการยกโต๊ะ ล้างจาน หรือเสิร์ฟลูกค้า เมื่อพนักงานเห็นว่าเธอช่วยแก้ปัญหาได้จริง ความเชื่อใจก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น

“เวลาเขามีปัญหา แล้วเราจัดการให้เขาได้จริง มันจะ Unlock การที่เขาจะเข้าหาเราในอนาคต”
- คุณเฟิร์น CEO สุกี้ตี๋น้อย

มากกว่า 80 สาขา แก้ปัญหาอย่างไร

ธุรกิจที่เติบโตเร็วทำให้ปัญหามาพร้อมกันหลายด้าน คุณเฟิร์นเลือกวิธีรับมืออย่างมีระบบและมีวินัย เธอให้เวลาตัวเองหนึ่งนาทีเพื่อ “เขย่าหัว” และจัดเรียงความคิด แยกปัญหาเป็นหมวดหมู่ และหาสาเหตุราก (Root Cause) ซึ่งมักเหลือเพียง 2-3 ประเด็นหลักที่ต้องแก้

เธอเชื่อว่า “ความเครียดไม่ช่วยแก้ปัญหา” และเลือกใช้ช่วงเวลาส่วนตัว เช่น ขณะอาบน้ำหรือขับรถ ในการคิดหาคำตอบ เพราะเป็นช่วงที่จิตใจนิ่งและมองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนที่สุด

ผู้นำที่เรียนรู้ต่อเนื่อง

แม้สุกี้ตี๋น้อยจะประสบความสำเร็จระดับพันล้าน คุณเฟิร์นยังมองว่าโลกของตัวเอง “เล็กมากเมื่อเทียบกับโลกทั้งใบ” เธอเปิดใจเรียนรู้จากอุตสาหกรรมอื่น ศึกษา solution และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับธุรกิจ และไม่เคยยึดติดกับความสำเร็จเดิม ๆ “สิ่งที่ไม่ดีมันยังมีอีกเยอะ แล้วเราต้องไปหาตรงนั้นมาให้ได้”

เรื่องราวของคุณเฟิร์นสะท้อนว่า ภาวะผู้นำไม่ใช่การยืนเหนือทีม แต่คือการเข้าใจ ลงมือ และเติบโตไปพร้อมกัน ความสำเร็จของสุกี้ตี๋น้อยไม่ได้มาจากสูตรอาหารลับหรือการตลาดหวือหวา แต่มาจากการที่ผู้นำกล้าลงไปเรียนรู้หน้างาน กล้าที่จะฟัง และกล้าที่จะปรับตัวเพื่อให้ทั้งทีมและลูกค้าเดินไปข้างหน้าด้วยกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตุ๊ก-นภัสนันท์-TQM-Leadership_Secret 04
'ชาร์คตุ๊ก' ผู้นำหญิงแห่ง TQM คุมทีมงานแบบคนในครอบครัว
แม่ทัพแห่ง TQM ผู้นำหญิงที่พนักงานพูดคุยได้ทุกเรื่อง ให้ใจได้เต็มร้อย มาฟังเคล็ดลับการใช้ "เสน่ห์" บริหารคนของ...
จี๊ด ปัทมาวลัย-Leadership_Secret
'คุณจี๊ด ปัทมาวลัย' กับการสร้าง Culture ในช่วง Crisis
สร้างผู้นำที่จะเป็น "เยี่ยงอย่าง" ที่ดีให้ลูกน้อง ในการปฎิบัติตาม Culture องค์กร ในช่วงที่เกิดสภาวะวิกฤติชะลอตัวไม่ใช่เรื่องง่าย...
Leadership-secret-เตา บรรยง 01
ถอดเคล็ดลับระดับตำนาน "เตา บรรยง" สร้างคนเก่ง ให้เก่งยิ่งขึ้น
เคล็ดลับจากผู้นำแห่ง เกียรตินาคินภัทร ที่รวบรวมคนเก่ง และสร้างคนเก่งให้เก่งยิ่งขึ้นไป ด้วย Culture แห่งการเรียนรู้...

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

องค์กรของคุณมีผู้นำระดับกลาง Frontline (Supervisor/First Time Manager/Manager) ประมาณกี่ท่าน
ท่านมีหลักสูตรพัฒนา Frontline Leader หรือผู้นำระดับกลางหรือไม่

สนใจเป็นส่วนหนึ่งของทีมบียอนด์ เทรนนิ่ง

    หากคุณมีความสนใจและต้องการเป็นส่วนหนึ่งกับเรา คุณสามารถกรอกข้อมูลด้านล่าง เพื่อให้ทางทีมงานพิจารณาแล้วตอบกลับคุณโดยไวที่สุด

Full Name

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน