จากผู้บังคับบัญชาประจำบ้าน สู่แม่ทัพ TQM
ในบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ เราได้สัมผัสการเดินทางที่ไม่เพียงเป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จ แต่เป็นการค้นพบและปลูกฝังจิตวิญญาณแห่งการเป็นผู้นำที่แท้จริง และบทความนี้ เราจะมาเปิดเผย 7 มิติของ Charismatic Leadership ที่สะท้อนความเป็นคุณตุ๊กให้คุณได้รู้จักและเข้าใจมากกว่าเดิม ผ่านเรื่องราวที่จับต้องได้ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
จุดเริ่มต้นของการเป็นผู้นำมักซ่อนอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ที่เรียบง่าย เมื่อคุณตุ๊กอายุเพียง 12 ปี จากเหตุการณ์ที่เลือก “เค้กชิ้นที่ใหญ่ที่สุดให้ตัวเอง” และคุณแม่ได้พูดกับเธอว่า หนูเป็นลูกคนโต ตอนนี้ตุ๊กจะเลือกชิ้นที่ใหญ่ที่สุด แล้วพ่อกับแม่จะไว้วางใจให้หนูดูแลน้องยังไง บทเรียนจากการแบ่งชิ้นเค้กได้ปลูกฝังจิตวิญญาณแห่งความรับผิดชอบ กลายเป็นหลักการที่ฝังรากลึกในจิตใจ นี่คือจุดกำเนิดของผู้นำที่เข้าใจบทบาทของการปกป้องและดูแลลูกน้อง
ชาร์คตุ๊ก ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา – ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท TQM คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ความกล้าหาญในการยอมรับความไม่รู้ของตนเอง กลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่ทรงพลัง คุณตุ๊กที่มาจากพื้นเพครูสอนเปียโน และการที่ไม่ได้มาจากสายธุรกิจ ทำให้เธอต้องเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเทคโนโลยี การบริหารคน และการบริหารทีมงานไม่เคยปิดตัวเองจากการเรียนรู้ การเปิดใจรับฟังและกล้าที่จะลงมือทำทันที แม้จะผิดพลาดบ้าง
ความกระตือรือร้นนี้ได้สร้างวัฒนธรรม “Growth Mindset” ที่แพร่กระจายไปยังทั้งองค์กร TQM จนดึงดูดคนเก่งที่ “ไม่มีเวที” ให้มาแสดงศักยภาพ นอกจากนี้ยังดึงดูดคนที่ไม่เก่งแต่ “อยากเรียนรู้” ให้มาเป็นคนเก่งในอนาคตได้ด้วย คุณตุ๊กเชื่อว่าต้องสร้างสมดุลระหว่างคนเก่งกับคนอยากเรียนรู้ในองค์กร
ในแก่นแท้ของการบริหารคน คุณตุ๊กมองเห็นว่าการเป็นผู้นำคือการเข้าใจและปรับตัวเข้าหาคนอื่น ไม่ใช่การบังคับให้คนอื่นเปลี่ยนตาม การดูแลลูกน้องเหมือนคนในครอบครัว การเปิดกว้างต่อความหลากหลาย และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ เธอเชื่อว่า การปรับ” เราไปปรับเขายาก “ต้องปรับที่เราให้เข้าหาเขา” ซึ่งหมายถึงการที่ผู้นำต้องปรับตัวเข้าหาลูกน้อง เข้าใจความชอบหรือไม่ชอบของแต่ละคน
TQM เป็นองค์กรแรกๆ ที่เปิดกว้างเรื่องความหลากหลายทางเพศ มีห้องน้ำสำหรับ Ladyboy มาตั้งแต่ 18 ปีที่แล้ว พี่ตุ๊กเน้นย้ำว่าขอให้เป็นคนดีและมีผลงาน ทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ตราบใดที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน
การวางแผนผู้สืบทอดไม่เพียงเป็นนโยบายขององค์กร แต่เป็นการสร้างจิตวิญญาณแห่งความต่อเนื่อง คุณตุ๊กเป็น CEO รุ่นที่ 4 ในการบริหาร TQM มา 12 ปีแล้ว เธอเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจาก “SILO” มาเป็น “ONE TEAM” เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน คุณตุ๊กเล่าว่าเดิมทีจะบริหารแบบ “SILO” ซึ่งเหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังเติบโต เพราะช่วยให้การตัดสินใจรวดเร็วและชัดเจน แต่เมื่อองค์กรใหญ่ขึ้น บทบาทเปลี่ยนไปเป็น “ONE TEAM” ที่ทุกคนต้องทำงานร่วมกัน
TQM มีบอร์ดบริหารครึ่งหนึ่งมาจากคนในองค์กร และอีกครึ่งมาจากคนนอกที่มากประสบการณ์ในธุรกิจหลากหลายคน อย่าง พี่โจ้ ธนา ที่คุณตุ๊กกล่าวถึงบ่อยครั้ง เธอใช้ภาพเปรียบเทียบระหว่างตัวเธอเองเป็น “คนป่าที่ล่าสัตว์เก่งแต่กินดิบ” กับ “คนนอกที่รู้เรื่องการใช้ไฟปรุงอาหาร” (บอร์ดบริหารจากภายนอก) การรวมกันนี้ทำให้เกิดการเรียนรู้และยอมรับในความเก่งที่แตกต่างกัน “ไม่ใครทับเส้นทับทางกัน” และคอยช่วยเหลือกัน
คุณตุ๊กยอมรับว่าตัวเองมักจะ ‘โดนตก’ เป็นประจำในเรื่องการลงทุน และได้บทเรียนชั้นเลิศจาก Shark Tank คือ การได้เรียนรู้การตัดสินใจที่ ‘ฉับไว’ เรียนรู้ธุรกิจที่หลากหลายจากผู้ประกอบการหลายระดับ ทั้งมืออาชีพและหน้าใหม่ จนตกตะกอนได้ว่า บทบาทของตัวเองใน Shark Tank คือ “กลับมาเป็นผู้ให้ที่แท้จริง” เพราะสามารถเจอ “ช้างเผือกในป่า” (ธุรกิจดีๆ ที่ยังเล็กมากๆ) ซึ่งปกติที่บริษัทอาจไม่มีโอกาสเจอ
ในฐานะผู้นำหญิงและคุณแม่ เธอให้ความสำคัญกับการมี ‘ความสุข’ เป็นอันดับแรก เธอเชื่อว่า ถ้าตัวเองไม่มีความสุข พลังแห่งความสุขมันส่งต่อคนอื่นไม่ได้ เธอมีข้อตกลงกับสามีว่า หากงานทำให้ไม่มีความสุขและไม่ได้ความรักความดูแล เธอก็พร้อมจะเลิกทำงานและมาดูแลครอบครัว เธอจะเลิกงานเวลา 17:30 น. และเมื่อออกจากออฟฟิศแล้วเธอจะสวมบทบาทเป็น “ภรรยาที่น่ารักของสามี” ไม่ใช่ CEO เธอให้ความสำคัญกับการดูแลลูกชาย การใช้เวลากับเพื่อน (ต้องได้เที่ยว) และการดูแลสุขภาพตัวเองด้วยการพักผ่อนบ่อยๆ (ทุก 2-3 เดือน) และนี่อาจจะเป็น Role Model ที่ดีของผู้นำยุคใหม่ในเรื่องของ Work Life Balance ที่แท้จริงก็ว่าได้
นี่คือแก่นของ License to Lead ที่ไม่ใช่ใบอนุญาตที่ได้มาครั้งเดียวแล้วจบ แต่ต้องต่ออายุทุกวัน ด้วยการดูแลคน สร้าง Purpose ร่วมกัน เริ่มการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีเริ่มจากมนุษย์ และเป็นผู้นำที่เรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง
หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน
หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน
หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน
หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน
หากคุณมีความสนใจและต้องการเป็นส่วนหนึ่งกับเรา คุณสามารถกรอกข้อมูลด้านล่าง เพื่อให้ทางทีมงานพิจารณาแล้วตอบกลับคุณโดยไวที่สุด
หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน