กลยุทธ์บริหารนอกตำรา ในช่วง War Time กับ 'นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร'

จอมยุทธไร้กระบี่ กับนักบริหารนอกตำรา

ตำราบริหารทุกเล่มถูกเขียนขึ้นหลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว  นั่นแปลว่าตำราเดินตามสถานการณ์จริงเสมอ ไม่เคยนำหน้า ผู้บริหารที่พึ่งตำราอย่างเดียวจึงเหมือนจอมยุทธที่ถนัดแต่กระบี่เล่มเดิม ในวันที่สถานการณ์เปลี่ยนเร็วกว่าที่ตำราตามทัน 

แนวคิด “จอมยุทธไร้กระบี่” หมายความว่ากลยุทธ์และทรัพยากรต้องปรับเปลี่ยนได้ตลอดตามสถานการณ์ที่หมุนเวียน วงจรที่ขับเคลื่อนแนวคิดนี้คือ ปัญหา-ปัญญา-ปันผล เริ่มจากการขุดคุ้ยปัญหาในมุมมองของลูกค้า เมื่อพบปัญหาจะเกิดปัญญาในการหาทางออก และเมื่อลงมือทำก็จะกลายเป็นผลประโยชน์ที่ย้อนกลับมา วิธีคิดที่สะท้อนแนวคิดนี้คือการมองหา Gap ในทุกสิ่งที่เห็นหรือได้ยิน  ตั้งคำถามว่ามีช่องว่างตรงไหน และถ้าสิ่งนั้น “ใช่” แล้ว จะทำให้ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานได้อย่างไร บ่อยครั้งคำตอบที่ดีที่สุดไม่ได้อยู่ในทิศที่ตำราชี้ แต่อยู่ในทิศตรงข้าม เช่น ในเรื่อง Mindset กับ Behavior ตำราสอนให้เปลี่ยน Mindset ก่อน แต่ในทางปฏิบัติ การเปลี่ยน Behavior ก่อนแล้วให้คนเห็นผลลัพธ์ด้วยตัวเอง Mindset จึงจะตามมาเอง

ผู้บริหารนอกตำราไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักหลักการ แต่คือคนที่รู้ว่าเมื่อไหรควรวางหลักการนั้นลง

เมื่อโรงพยาบาล"ไม่อยากให้ใครป่วย" กับกลยุทธ์ Early Care ป้องกัน ก่อนรักษา

ตลาดของโรงพยาบาลส่วนใหญ่คือคนป่วย ซึ่งมีสัดส่วนเพียง 10% ของประชากรทั้งหมด คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ แล้วอีก 90% ที่เหลือ  คนที่ยังมีสุขภาพดีหรือมีความเสี่ยงอยู่ที่ไหน และใครดูแลพวกเขาอยู่? สมิติเวชเลือกเล่นในตลาด 90% นั้น ด้วยการเปลี่ยนจากโมเดล Sick Care ที่รอให้คนเจ็บป่วยก่อนแล้วค่อยรักษา มาสู่ Early Care ซึ่งประกอบด้วย Early Detection การตรวจพบความเสี่ยงแต่เนิ่นๆ และ Early Prediction การพยากรณ์ล่วงหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้เข้าสู่ภาวะเจ็บป่วย กลยุทธ์นี้ไม่ได้แค่เปลี่ยนโมเดลธุรกิจ แต่เปลี่ยนนิยามว่าโรงพยาบาลควรทำอะไร ผลที่ตามมาไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับองค์กร เมื่อคนไม่ป่วย ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศลดลง และผลิตภาพในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น นั่นคือการสร้าง GDP ให้ประเทศในทางอ้อม และเมื่อมองความสำเร็จเดิมว่าเป็นเพียงระดับอนุบาล กลยุทธ์ถัดไปจากระดับอนุบาลนั้นจะต่อยอดไปสู่ระดับที่ใหญ่กว่าเสมอ

บทสัมภาษณ์นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร

Win-Win ที่ไม่มีใครต้องแพ้ กับการบริหาร Stakeholder ทุกฝ่าย

คีย์เวิร์ดที่ขับเคลื่อนทุกการตัดสินใจของผู้บริหารที่คิดแบบ Win-Win คือ “ชีวิตต้องดีกว่าเก่า” สำหรับทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน แพทย์ ลูกค้า ชุมชน หรือคู่ค้า เมื่อทุกฝ่ายรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นเพราะองค์กรนี้ ความเชื่อใจจะตามมาเอง

กรณีของหมอโรงพยาบาลรัฐสะท้อนแนวคิดนี้ได้ชัดเจน แทนที่จะดึงตัวหมอเก่งมาทั้งหมดจนโรงพยาบาลรัฐขาดแคลน สมิติเวชเลือกรูปแบบที่ให้หมอมาทำงานบางวันโดยได้รับค่าตอบแทนที่ดีขึ้น ขณะที่ส่งแพทย์ของตัวเองไปช่วยงานที่โรงพยาบาลรัฐเพื่อฝึกประสบการณ์ ผลคือหมอได้รายได้ดีขึ้น โรงพยาบาลรัฐไม่สูญเสียแพทย์และได้คนเพิ่ม คนไข้เข้าถึงบริการได้  ทั้งสามฝ่ายได้ประโยชน์พร้อมกัน

ในช่วงโควิดที่ผ่านมา การบริจาคเครื่องมือแพทย์ TytoCare ให้โรงพยาบาลรัฐเพื่อให้แพทย์ดูแลคนไข้ได้อย่างปลอดภัยคือตัวอย่างของแนวคิดเดียวกันที่ถูกนำมาใช้ในสภาวะวิกฤต

ความเชื่อใจไม่ได้สร้างจากคำพูด  แต่สร้างจากการที่ทุกฝ่ายได้รับสิ่งที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นจริง

ในยามเศรษฐกิจชะลอตัว สัญชาตญาณของหลายองค์กรคือการเร่งหา S-Curve ใหม่ หา Transformation ใหม่ หาโอกาสใหม่ แต่แนวคิดที่สวนทางกับสัญชาตญาณนั้นคือ ก่อนจะเริ่มสร้างสิ่งใหม่ ต้องย้อนกลับมาดูที่รากฐาน (Foundation) ให้มั่นคงก่อน ในสภาวะวิกฤต องค์กรหลักต้องมุ่งสร้างผลงานและกำไรเพื่อความอยู่รอด ส่วนหน่วยงานนวัตกรรมซึ่งปกติวิ่งหาอนาคตอย่างเดียว ก็ต้องปรับมาช่วยสร้างตัวเลขในปัจจุบันด้วย นี่ไม่ใช่การหยุดคิดเรื่องอนาคต แต่คือการจัดลำดับความสำคัญให้ถูกต้องก่อนที่เรือจะจม สิ่งที่ต้องค้นหาและจัดการก่อนเสมอในสภาวะวิกฤตคือ “หลุมดำ” หรือ “หงส์ดำ”  อุปสรรคและความเสี่ยงที่มองไม่เห็นซึ่งกัดกร่อนรากฐานอยู่เงียบๆ เช่น ปัญหาสต็อกสินค้าขาดแคลน หรือหนี้เสียที่ยังไม่ถูกนับ การอุดรูรั่วเหล่านี้ต้องมาก่อนการขยายตัว

Cut Cost but Don't Cut Future การตัดที่ฉลาด

การลดค่าใช้จ่ายในยามวิกฤตเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คำถามที่แยกผู้บริหารที่เก่งออกจากคนทั่วไปคือ “ตัดอะไร” และ “ตัดอย่างไร” ไม่ใช่แค่ตัดเท่าไหร่

หลักการแรกที่ต้องยึดคือ Cut Non-human before Human ตัดทรัพยากรและอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นก่อนจะไปแตะต้องเรื่องคน เพราะในสภาวะวิกฤต คนกำลังลำบากอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือการตัดในสิ่งที่เปรียบเสมือนอนาคตขององค์กร แม้วันนี้จะดูเหมือนค่าใช้จ่ายก็ตาม

เกณฑ์การพิจารณาแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ Nice to cut สิ่งที่ตัดก็ดีแต่ยังไม่ฉุกเฉิน, Should cut สิ่งที่ควรตัด, Must cut สิ่งที่ต้องตัด และ Smart to cut สิ่งที่ตัดแล้วได้ผลทันทีอย่างชาญฉลาด การมีกรอบแบบนี้ทำให้การตัดลดไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่เกิดจากการตัดสินใจที่มีเหตุผล

ยิ่งกว่านั้น งบประมาณที่น้อยลงไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะอ่อนแอลงเสมอไป ความกันดารบีบให้คนต้องคิดหาวิธีใหม่ที่เฉียบคมขึ้น และนั่นคือสิ่งที่ทำให้คนเก่งขึ้นจากการเผชิญข้อจำกัด

การตัดที่ดีที่สุดไม่ใช่การตัดที่เจ็บน้อยที่สุด แต่คือการตัดที่ทำให้องค์กรแข็งแกร่งขึ้นในอนาคต

บริหารคนไม่ให้อิ่มตัวกับความสำเร็จ

ความสำเร็จมีพิษร้ายที่ซ่อนอยู่ด้านใน คือความรู้สึกที่ว่า “พอแล้ว” เมื่อทำอะไรสำเร็จแล้วหากหยุดอยู่กับความสำเร็จนั้น องค์กรก็จะหยุดนิ่งไปด้วย

วิธีที่ใช้ป้องกันไม่ให้คนหยุดอยู่กับที่คือการปลูกฝังว่าความสำเร็จที่ผ่านมาคือเพียง “ระดับอนุบาล” เสมอ เพื่อให้มีแรงผลักดันต่อยอดไปสู่ระดับประถม มัธยม และมหาวิทยาลัย และเมื่อถึงระดับสูงสุดแล้วให้กลับมาเริ่มใหม่จากศูนย์ วิธีนี้ป้องกันการหยุดนิ่งโดยไม่ต้องออกแรงผลักโดยตรง

นอกจากนี้ วิกฤตเป็นช่วงเวลาที่คนยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายที่สุด เพราะในยามที่สบาย คนมักไม่อยากเปลี่ยน แต่เมื่อสถานการณ์บีบ คนจะเปิดรับสิ่งใหม่มากขึ้น วิกฤตจึงไม่ใช่แค่ความท้าทาย แต่คือโอกาสในการปฏิรูปองค์กรและเปลี่ยนพฤติกรรมพนักงานที่ดีที่สุดเท่าที่มี

การฉวยโอกาสในวิกฤต ไม่ใช่เรื่องของโชค  แต่คือการมองเห็นในขณะที่คนอื่นยังมองไม่ออก

จงเป็น Man of Value มากกว่า Man of Success
นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวชและโรงพยาบาลบีเอ็นเอช

War Time Leadership

ผู้นำที่บริหารในช่วงขาขึ้นและผู้นำที่บริหารในช่วงวิกฤตต้องใช้ทักษะคนละชุด ใช้ทักษะชุดผิดในเวลาผิดอาจนำองค์กรไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการ

ในสภาวะปกติหรือ “หงส์ขาว” ผู้นำเน้นการมองหาโอกาสและขยายตัว เล่นมวยบุก เพราะสิ่งแวดล้อมเอื้อให้เติบโต แต่ในสภาวะสงครามหรือ “หงส์ดำ” ลำดับความสำคัญเปลี่ยนไป ต้องเน้นความปลอดภัยและการรักษาประตูก่อน อุดรูรั่วให้ได้ก่อนที่จะคิดบุก

อย่างไรก็ตาม สภาวะหงส์ดำไม่ได้มีแต่ภัยคุกคาม ภายในวิกฤตมักซ่อน “หงส์ขาว” อยู่ด้วยเสมอ  โอกาสที่แฝงอยู่ในความยากลำบากซึ่งคนส่วนใหญ่มองไม่เห็น ผู้นำที่เก่งในยามสงครามคือคนที่รู้จักอุดรูรั่วก่อน แล้วค่อยมองหาหงส์ขาวที่ซ่อนอยู่ในหงส์ดำนั้น

ในยามที่ต้องการความอยู่รอด ผู้นำอาจต้องตัดสินใจแบบ Top-down อย่างรวดเร็ว ซึ่งต่างจากภาวะปกติที่เน้นการมีส่วนร่วม สไตล์ของผู้นำจึงต้องยืดหยุ่นตามบริบท ไม่ใช่ยึดกับรูปแบบเดิมไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร

ผู้นำที่แข็งแกร่งไม่ใช่คนที่มีสไตล์เดิมตลอดกาล แต่คือคนที่รู้ว่าตอนนี้ต้องใช้สไตล์ไหน

การอ่านคนอื่นออกถือเป็นความฉลาด แต่การอ่านตนเองออกคือสติและปัญญา ผู้นำที่มีความเห็นอกเห็นใจที่แท้จริงต้องเริ่มจากการเข้าใจตัวเองให้ลึกพอก่อน จึงจะสามารถเข้าใจคนอื่นได้จริง

วิธีที่ใช้แก้ความขัดแย้งระหว่างแผนกคือการนำตัวแทนมานั่งคุยกันแบบเปิดใจภายใต้ข้อตกลงร่วมกัน สิ่งที่สร้าง Empathy ในระดับกลุ่มได้จริงไม่ใช่การบรรยายหรือการอบรม แต่คือการให้คนได้นั่งอยู่ในพื้นที่ร่วมกันพร้อมความตั้งใจที่จะฟังกัน

ในมิติของการบริหาร Gen Z แนวคิดที่น่าสนใจคือผู้นำที่อาวุโสกว่าต้องยอม “ตัดเชือก” ที่ยึดติดกับตัวตนและ Ego ของตัวเองก่อน แล้วจึงเดินเข้าไปทำความเข้าใจตัวตนของคนรุ่นใหม่ การเข้าหา Gen Z ต้องเริ่มจากการลดตัวเองลงก่อน ไม่ใช่รอให้คนรุ่นใหม่ปรับตัวมาหาเราอย่างเดียว

ผู้นำที่แท้จริงไม่ใช่คนที่อ่านคนอื่นออกเร็วที่สุด แต่คือคนที่กล้าอ่านตัวเองให้ขาดก่อน

ในองค์กรทุกแห่งมีคนอยู่หลายประเภท แต่คนที่สร้างผลลัพธ์ได้มากกว่าตัวเลขของตัวเอง คือคนที่เรียกว่า “ตัวคูณ” หรือ “ตัวยกกำลัง” ซึ่งไม่ใช่แค่คนเก่ง แต่คือคนที่ทำให้คนรอบข้างเก่งขึ้นด้วย

สิ่งที่แยกตัวคูณออกจากคนเก่งทั่วไปคือ Attitude ทัศนคติสำคัญกว่า Competency คนที่เป็นตัวคูณต้องมี Growth Mindset และความสามารถในการปรับตัวตามสถานการณ์ เหมือนกบที่เปลี่ยนร่างได้ตามสภาพแวดล้อม

การพัฒนาคนไม่จำเป็นต้องแก้จุดอ่อนทุกอย่าง แต่ต้องรู้ว่า “จุดอ่อนอะไรที่มีไม่ได้” และ “จุดแข็งอะไรที่ขาดไม่ได้” สำหรับตำแหน่งนั้นๆ โดยโฟกัสเพียงอย่างละ 3 ข้อ เพื่อให้การพัฒนาตรงจุดและได้ผลจริง

สิ่งที่ดึงใจตัวยกกำลังให้อยู่กับองค์กรได้ไม่ใช่แค่เงินเดือน แต่คือการที่ผู้บริหารรู้ถึง Future Dream ความฝันในอนาคต จุดกังวล และ “กล่องดวงใจ” ที่เขารัก เช่น ครอบครัวหรือสิ่งที่มีความหมาย เพื่อเข้าไปซัพพอร์ตให้เขาไร้กังวลและทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่วนคนที่เป็น Deadwood ในองค์กรต้องได้รับการจัดการอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้ถ่วงคนอื่น

การดูแลคนเก่งอย่างดีเยี่ยม และจัดการตัวลบอย่างชัดเจน คือสองสิ่งที่ต้องทำพร้อมกัน ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปกบทความ (1)
กลยุทธ์ลงทุน สร้าง DREAM PROJECT ฟุตบอลระดับโลก พา JAS คว้าลิขสิทธิ์
https://youtu.be/QT3x4UH8dIQ กลยุทธ์ลงทุน สร้าง DREAM PROJECT ฟุตบอลระดับโลก พา JAS คว้าลิขสิทธิ์ DOWNLOAD...
ปกบทความ
ศาสตร์ตั้งคำถาม บุคคลระดับโลก สร้างอิทธิพลให้ผู้นำองค์กร สไตล์ เอ๋ นิ้วกลม
https://youtu.be/GqnTBdbBRfk ศาสตร์ตั้งคำถามของบุคคลระดับโลก สร้างอิทธิพลให้ผู้นำองค์กร สไตล์ เอ๋ นิ้วกลม DOWNLOAD...
ปกบทความ (4)
เคล็ดลับบริหาร Profitability Triangle ด้านเทคโนโลยีในองค์กร
https://youtu.be/Rwo9PnMvxPE เคล็ดลับบริหารต้นทุน สร้าง Profitability Triangle ด้านเทคโนโลยีในองค์กร DOWNLOAD...

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

องค์กรของคุณมีผู้นำระดับกลาง Frontline (Supervisor/First Time Manager/Manager) ประมาณกี่ท่าน
ท่านมีหลักสูตรพัฒนา Frontline Leader หรือผู้นำระดับกลางหรือไม่

สนใจเป็นส่วนหนึ่งของทีมบียอนด์ เทรนนิ่ง

    หากคุณมีความสนใจและต้องการเป็นส่วนหนึ่งกับเรา คุณสามารถกรอกข้อมูลด้านล่าง เพื่อให้ทางทีมงานพิจารณาแล้วตอบกลับคุณโดยไวที่สุด

Full Name

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน