กลยุทธ์ลงทุน สร้าง DREAM PROJECT ฟุตบอลระดับโลก พา JAS คว้าลิขสิทธิ์

ทิศทางธุรกิจกลุ่ม JAS ยุคใหม่ และหลักการลงทุนของผู้นำ

องค์กรที่เคยมีพนักงานระดับหลักหมื่นคน จะเดินหน้าต่ออย่างไรในวันที่ธุรกิจหลักถูกขายออกไป

หลังการขาย 3BB ให้ AIS กลุ่ม JAS เลือกปรับโครงสร้างองค์กรให้เล็กลง จากพนักงานหลักหมื่นคน เหลือต่ำกว่า 500 คน เพื่อแลกกับความคล่องตัวในการเดินหน้าสู่ทิศทางใหม่ ธุรกิจในเครือแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ส่วนแรกคือ JTS และ JA ที่มุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบ B2B ตั้งแต่การเชื่อมต่อ Data Center to Data Center ไปจนถึงการให้บริการกลุ่มลูกค้า Corporate ทั้งในและต่างประเทศ

อีกส่วนหนึ่งคือการมองหา New S-Curve ผ่านสามทิศทาง ทิศทางแรกคือ AI Business ที่ลงทุนใน AI Farm ด้วย Nvidia H100 เพื่อสร้าง LLM System เป็นของตัวเอง โดยเน้นเรื่อง Privacy และ Confidentiality สำหรับงานภาครัฐ ทิศทางที่สองคือ Bitcoin Mining ผ่านเหมืองขุดที่ราชบุรีซึ่งมีเครื่องขุดอยู่ 3,000-4,000 เครื่อง แม้จะชะลอการลงทุนตามสภาวะตลาด แต่ยังเชื่อมั่นใน Digital Transaction ในอนาคต ทิศทางที่สามคือ Low Orbit Satellite ที่มองเป็นโอกาสของการสื่อสารไร้สายระดับโลก และในฝั่ง Content กลุ่ม JAS x MONO ใช้ฐานเงินทุนและพันธมิตรที่มีอยู่ กระโดดเข้าสู่ Content กีฬาอย่าง EPL และ Streaming เพื่อเติมเต็ม Ecosystem ให้ครบวงจร

ส่วนเบื้องหลังการตัดสินใจลงทุนในทุกทิศทางเหล่านี้ วางอยู่บนหลักการสามข้อ ข้อแรกคือการรักษาสมดุลระหว่าง Data กับ Passion ข้อมูลช่วยป้องกันไม่ให้การลงทุนพาไปสู่หายนะ แต่ความหลงใหลและความคิดสร้างสรรค์คือสิ่งที่ทำให้โปรเจกต์เกิดขึ้นจริงและมีพลังขับเคลื่อน ข้อที่สองคือ Feasibility Beyond Paper โครงการบนกระดาษมักดูสวยงามเสมอ ผู้นำจึงต้องใช้ประสบการณ์และดุลยพินิจของตัวเองตรวจสอบความสมดุลอีกชั้นหนึ่ง ข้อที่สามคือการประเมินศักยภาพทีมงาน โดยเฉพาะเบอร์ 2 และเบอร์ 3 ว่าพร้อมรองรับการสู้รบในโปรเจกต์นั้นได้หรือไม่ หากยังไม่พอ ต้องเสริมทีมทันที

ข้อมูลบอกได้ว่าอะไรเสี่ยง แต่มีเพียงความหลงใหลเท่านั้นที่ทำให้โปรเจกต์เดินหน้าต่อไปได้จริง

ยุทธศาสตร์การ Research Data การเจรจา และการคว้าโอกาส

โอกาสทางธุรกิจไม่ได้เปิดรอตลอดไป คำถามสำคัญคือเมื่อมันเปิด เราพร้อมเข้าคิวเป็นรายแรกหรือไม่

จุดเริ่มต้นของการทำรีเสิร์ชและจับกระแสผู้บริโภค วางอยู่บนหลักการ “คบบัณฑิต” คือเริ่มจากการหา Expert หรือศึกษาเคสที่สำเร็จผ่าน AI และ Data เพื่อหาความเห็นที่สองและสามมาถ่วงน้ำหนักการตัดสินใจ ควบคู่กับการทำความเข้าใจ Scanning Device Shift ว่าคนรุ่นใหม่มองทีวีเป็นเพียง Display แต่ใช้ชีวิตอยู่บนมือถือและ iPad โดยต้องการ Content แบบ On-Demand จากนั้นจึงวิเคราะห์ Window of Opportunity ว่าโอกาสนั้นเปิดนานแค่ไหน มีใครอยู่ในคิวบ้าง และเราพร้อมที่จะเข้าเป็นคิวแรก ๆ หรือไม่ ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การจับตา Trend อย่าง Non-scripted Content ประเภทกีฬา และซีรีส์สั้นแนวตั้งความยาว 2-5 นาที ที่สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคแบบใหม่

เมื่อโอกาสชัดเจนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเจรจา ซึ่งยึดหลักการขลุกวงในหรือ Deep Dive เพราะ Devil มักซ่อนอยู่ในรายละเอียด ผู้นำจึงต้องบินไปเจรจาและเห็นข้อมูลจริงด้วยตัวเองเพื่อประเมินความเสี่ยง อย่างในดีล EPL การเจรจาต้องสร้างสถานการณ์ Win-Win ด้วยการนำเสนอความพร้อมด้าน Streaming ให้ตรงกับความต้องการของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ต้องการขยายฐานผู้ใช้

หลักคิดที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดคือ Luck is Readiness โชคดีคือความพร้อมที่มาเจอกับโอกาส การเตรียมโครงสร้างพื้นฐานไว้ล่วงหน้าต่างหาก ที่ทำให้คว้าดีลได้ทันทีเมื่อจังหวะของเทคโนโลยีเปลี่ยน

โชคไม่ได้ตกลงมาโดยบังเอิญ แต่ตกลงมาหาคนที่เตรียมพร้อมรออยู่ก่อนแล้ว

กลยุทธ์การบริหาร Subscriber และการ Execute สู่ผลลัพธ์

จะประมูลลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลกอย่างไรให้ไม่ใช่แค่ได้มา แต่ต้องคืนทุนได้จริง

ในเคส EPL การตัดสินใจประมูลลิขสิทธิ์เลือกระยะเวลา 6 ปี หรือ 2 ไซเคิล แทนที่จะเป็น 3 ปี แม้ราคาจะสูงกว่า แต่ปลอดภัยกว่าในระยะยาว เพราะเผื่อ Learning Curve และความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในช่วงแรก ส่วนเป้าหมายด้าน Subscriber ตั้งเป้าต้องชนะสถิติเดิมที่ 700,000 ราย โดยวิเคราะห์จากฐานแฟนบอลในไทยที่มีอยู่ 2-4 ล้านคน

ความสำเร็จของโมเดลนี้วางอยู่บน 3 ปัจจัยหลัก ปัจจัยแรกคือ Price Strategy ทดลองตลาดด้วยราคาที่จับต้องได้ในช่วง 199-200 บาท เพื่อดึงคนจากช่องทางธรรมชาติอย่างของเถื่อนให้เข้าสู่ระบบ ปัจจัยที่สองคือ Partnership การจับมือกับ AIS และสปอนเซอร์รายใหญ่เพื่อทำ Cross Promotion ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุน และปัจจัยที่สามคือ Anti-Piracy การใช้ AI System ตรวจจับและปิดกั้นการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างจริงจัง เพื่อรักษา ROI ของทั้งโปรเจกต์

การ Execute ให้ได้ผลลัพธ์เหล่านี้ ต้องอาศัยการบริหารบุคลากรที่มององค์กรเหมือนทีมฟุตบอล 11 คน ทั้งแนวหน้า แนวกลาง และแนวหลัง ทุกคนต้องมีศักยภาพที่สอดประสานกัน หากทีมเดิมถนัดเรื่อง Movie หรือ Series แต่ต้องมาทำ Sports ก็ต้องมีการ Training เพิ่มเติม หรือซื้อตัวผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเสริม ควบคู่กับการใช้โปรเจกต์เล็กเป็นสนามทดลองให้ทีมเยาวชนได้แสดงฝีมือก่อนลงสนามจริง

ราคาที่ถูกที่สุด ไม่ได้แปลว่าดีที่สุด เพราะกลยุทธ์ที่แท้จริงอยู่ที่การผูกราคา พันธมิตร และการป้องกันการรั่วไหลเข้าไว้ด้วยกันเป็นระบบเดียว

ในที่ที่ดูเหมือนไม่ดี มักมี Opportunity เสมอ และในที่ที่ดี มันก็จะมีภัยซ่อนอยู่เสมอ
ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) หรือ JAS

คุณลักษณะผู้นำและการบริหารคนเก่ง

ผู้นำแบบ Maradona กับผู้นำแบบ Messi ต่างกันตรงไหน และองค์กรควรวางใครให้เป็นผู้เล่นหลัก

ผู้นำสไตล์ Maradona คือผู้นำรุ่นบุกเบิกหรือ Founder ที่ทำได้ทุกอย่าง เก่งรอบด้าน และลุยเองทุกขั้นตอน ขณะที่ผู้นำสไตล์ Messi คือผู้นำรุ่นใหม่ที่เน้น Killing Instinct เล่นตามจังหวะสำคัญ มีทีมซัพพอร์ตที่ดี และรู้ว่าจังหวะไหนควรเล่นเองหรือควรส่งให้เพื่อนร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ไหน คุณสมบัติที่ขาดไม่ได้คือ Integrity and Trust การกล้าเป็นกระจกสะท้อนความจริงให้เจ้าของเห็นทั้งด้านดีและด้านที่ต้องปรับปรุง ไม่ใช่การเป็นเพียง Yes-man ซึ่งจะพาองค์กรไปสู่ความล้มเหลวในที่สุด

การคัดเลือกและรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กร เริ่มจาก Culture Fit การเลือกคนที่เป็น Team Player เข้ากับวัฒนธรรมแบบพี่น้องของกลุ่ม JAS และ MONO ได้ ไม่เน้น One-man Show จากนั้นจึงสังเกต “จริต” และวิธีการตัดสินใจของแต่ละคนผ่านการใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว กีฬา หรือปาร์ตี้ เพื่อดู Risk Appetite และนิสัยที่แท้จริง โดยยึดหลัก 80/20 ว่าในคน 10 คนที่เลือกมา หากได้คนเก่งที่ใช่จริง ๆ เพียง 3 คน ก็ถือว่าสร้างทีมที่แข็งแกร่งได้แล้ว

การสอนงานในสไตล์พี่น้อย เน้นการ Decode Thought Process คือการแชร์วิธีคิดและเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจในที่ประชุม เพื่อให้ทีมงานเข้าใจกระบวนการคิด ไม่ใช่แค่รับคำสั่ง ควบคู่กับการสอน Communication Protocol ว่า Owner ชอบหรือไม่ชอบอะไร เพื่อเตรียมความพร้อมให้ลูกน้องก้าวขึ้นมาแทนที่ได้ในวันข้างหน้า และเน้นสอนเรื่องเป้าหมายกับหลักการมากกว่ารายละเอียดวิธีการ เพื่อให้แต่ละคนพัฒนาสไตล์ของตัวเองตามจุดแข็งที่มี

การสอนที่ดีที่สุด ไม่ใช่การสอนให้ทำตามทุกขั้นตอน แต่คือการสอนให้คิดเป็น จนถึงวันที่อีกคนพร้อมทำหน้าที่แทนได้ด้วยตัวเอง

ข้อคิดการปรับตัวและกิจวัตรเพื่อสภาวะจิตใจที่ดี

ในโลกที่ปัจจัยเปลี่ยนแปลงทั้ง Geopolitics และ Technology อยู่ตลอดเวลา ผู้นำจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่ควรเข้าสนาม และเมื่อไหร่ควรถอย

การปรับตัวเริ่มจากการ Alert and Scan อยู่เสมอ ตื่นตัวและสแกนสถานการณ์ทั้งใกล้และไกลตลอดเวลา เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ต้องกล้าเปลี่ยนท่าไม้ตายของตัวเอง ไม่ยึดติดกับท่าคุ้นชินหรือ Old Habits หรือให้คนที่ถนัดท่านั้น ๆ เข้ามาเล่นแทน และหากสแกนแล้วพบว่าเป็นสมรภูมิที่ไม่ถนัด การตัดสินใจไม่เข้าร่วม ก็ถือเป็นทางเลือกที่ประหยัดและปลอดภัยที่สุด

การบริหารสภาวะจิตใจภายใต้ความกดดัน อาศัยการทำ Mindfulness ผ่านการสวดมนต์และนั่งสมาธิ เพื่อตกตะกอนความขุ่นในใจ ทำให้จิตใจนิ่งก่อนพักผ่อนหรือเริ่มงานใหม่ และเมื่อเจอความผิดหวัง จะมองย้อนกลับไปว่าตัวเองมาไกลจากจุดเริ่มต้นมากแล้ว และได้ทำหน้าที่ในฐานะมืออาชีพอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว

กิจวัตรประจำวันสะท้อนหลักคิดนี้อย่างชัดเจน ช่วงเย็นเป็นเวลาของการสวดมนต์ นั่งสมาธิ และทบทวนว่าสิ่งที่ทำในวันนั้นตรงตามแผนหรือไม่ มีอะไรผิดพลาดหรือควรทำแต่ไม่ได้ทำ ส่วนช่วงเช้าเป็นเวลาของการวางแผนล่วงหน้า จัดลำดับความสำคัญว่าวันนี้ต้องทำอะไร มอบหมายใคร และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกการประชุม บางเช้าอาจใช้วิธี “โยนลูกน้องลงน้ำ” เพื่อทดสอบศักยภาพและพัฒนาทีมงานในสถานการณ์จริง

ความนิ่งในวันที่โลกไม่แน่นอน ไม่ได้มาจากการควบคุมทุกอย่างได้ แต่มาจากกิจวัตรที่ทำซ้ำทุกเช้าและทุกเย็น จนกลายเป็นฐานที่มั่นคงของจิตใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปกบทความ
ศาสตร์ตั้งคำถาม บุคคลระดับโลก สร้างอิทธิพลให้ผู้นำองค์กร สไตล์ เอ๋ นิ้วกลม
ศาสตร์ตั้งคำถามของบุคคลระดับโลก สร้างอิทธิพลให้ผู้นำองค์กร สไตล์ เอ๋ นิ้วกลม DOWNLOAD...
ปกบทความ (4)
เคล็ดลับบริหาร Profitability Triangle ด้านเทคโนโลยีในองค์กร
เคล็ดลับบริหารต้นทุน สร้าง Profitability Triangle ด้านเทคโนโลยีในองค์กร DOWNLOAD...
ปกบทความ (4)
'ยี้ สุธิดา' เคล็ดลับพา SYNNEX สร้างความเชื่อใจกับ Partner ระดับโลก
ยี้ สุธิดา กับเคล็ดลับพา Synnex สร้าง Trust กับ partner ระดับโลก DOWNLOAD...

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

องค์กรของคุณมีผู้นำระดับกลาง Frontline (Supervisor/First Time Manager/Manager) ประมาณกี่ท่าน
ท่านมีหลักสูตรพัฒนา Frontline Leader หรือผู้นำระดับกลางหรือไม่

สนใจเป็นส่วนหนึ่งของทีมบียอนด์ เทรนนิ่ง

    หากคุณมีความสนใจและต้องการเป็นส่วนหนึ่งกับเรา คุณสามารถกรอกข้อมูลด้านล่าง เพื่อให้ทางทีมงานพิจารณาแล้วตอบกลับคุณโดยไวที่สุด

Full Name

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน