'นุช สินีนุช' ผู้นำที่สร้างกลยุทธ์เติบโตแบบยั่งยืน สร้าง Sustainable Supply Chain

ฝ่าวิกฤต Supply Chain ด้วยการเจรจากับ Strategic Partnership

ในยามที่ซัพพลายเออร์ส่งของไม่ได้เพราะต้นทุนพุ่งสูงเกินไป ผู้นำธุรกิจมีสองทางเลือก คือบีบให้คู่ค้ารักษาสัญญาเดิมจนแตกหัก หรือเดินเข้าไปเจรจาเพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่รอดด้วยกัน

คุณนุช สินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เลือกทางที่สอง  ด้วยการเจรจาแบบ “สุภาพบุรุษ” ที่ยึดหลัก “ออเนอร์สัญญาเดิม” แต่ผสมผสานกับราคาใหม่ในสัดส่วน 50/50 ครึ่งหนึ่งเป็นราคาเก่า อีกครึ่งหนึ่งเป็นราคาใหม่ เพื่อให้ทั้งบริษัทและซัพพลายเออร์ผ่านวิกฤตไปด้วยกันได้

ในด้านลูกค้า ไทยอีสเทิร์นเลือกโฟกัสกลุ่มลูกค้าโรงงานยางล้อแบรนด์ระดับโลกที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งและพร้อมช่วยเหลือคู่ค้าในวิกฤต เช่น การยอมให้ปรับเปลี่ยนเส้นทางโลจิสติกส์ที่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เพื่อให้สายการผลิตไม่หยุดชะงัก นี่คือ Strategic Partnership ที่แท้จริง  ไม่ใช่ความสัมพันธ์เชิงราคาในวันที่ทุกอย่างราบรื่น แต่คือความสัมพันธ์ที่พิสูจน์ได้ในวันที่ทุกอย่างผันผวน

หลังวิกฤต ไทยอีสเทิร์นไม่ได้กลับไปทำธุรกิจเหมือนเดิม แต่ปรับโครงสร้างทั้งระบบเพื่อให้พร้อมรับวิกฤตครั้งหน้า ด้วยการกระจายความเสี่ยงพื้นที่จัดหา ไม่พึ่งพาวัตถุดิบจากภาคเดียว แต่จัดซื้อทั้งภาคตะวันออก อีสาน และใต้ เพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่ผันผวนและบริหารต้นทุนขนส่งให้มีประสิทธิภาพ พร้อมสำรองวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการผลิตและคุณภาพล่วงหน้าถึง 8 เดือน เพื่อป้องกัน Disruption

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือการยกระดับจากผู้ผลิตทั่วไป สู่การเป็น “Low Carbon Supply Chain” และผู้ผลิตยาง Carbon Neutral รายแรกของโลก เพื่อสร้างจุดเด่นที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก ในสายตาของลูกค้ายุโรปและแบรนด์ระดับโลก

วิกฤตซัพพลายเชนไม่ได้สอนให้ไทยอีสเทิร์นกลัว แต่สอนให้สร้างโครงสร้างที่แข็งแรงพอ ที่จะเปลี่ยนวิกฤตครั้งหน้าให้กลายเป็นโอกาส

คุณนุช สินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

การบริหาร Stakeholder ผ่านความโปร่งใสที่พิสูจน์ได้

ในธุรกิจที่ราคาผันผวนทุกวันและความเชื่อมั่นเป็นต้นทุนที่จับต้องไม่ได้ คำถามคือ บริษัทจะสร้างความเชื่อมั่นกับเกษตรกรต้นน้ำ ลูกค้าปลายน้ำ และธนาคารได้อย่างไรพร้อมกัน? คำตอบคือ การแยกกลยุทธ์ตามกลุ่ม Stakeholder แต่ใช้แกนกลางเดียวกันคือ “ความโปร่งใส”

สำหรับเกษตรกร ความยุติธรรมในเรื่องน้ำหนัก มาตรฐานการวัดคุณภาพ และราคา คือเรื่องที่ละเลยไม่ได้ ไทยอีสเทิร์นจึงวางระบบตรวจสอบที่เข้มงวด เก็บตัวอย่างยาง 3 ตัวอย่าง ทดสอบ 3 ซ้ำ และหากเกษตรกรหรือลูกค้ายังไม่มั่นใจ สามารถเก็บตัวอย่างที่ 3 ซึ่งปิดผนึกไว้ส่งห้องแล็บกลางเพื่อพิสูจน์ได้ ในด้านสภาพคล่อง ระบบของโรงงานคือ “จ่ายเงินสดทันที” เมื่อส่งมอบสินค้า ไม่ว่าราคายางจะผันผวนเพียงใด เพื่อให้เกษตรกรมีเงินไปหมุนเวียนจ่ายค่าคนตัดหรือค่าใช้จ่ายในครัวเรือน พร้อมกระจายจุดรับซื้อให้เข้าใกล้เกษตรกรมากที่สุด ลดต้นทุนการขนส่งและด่านต่าง ๆ และประกาศ Fair Price ให้เกษตรกรรับรู้โดยตรง

ความน่าสนใจอยู่ที่การมองข้ามรุ่นปัจจุบันไปถึงรุ่นต่อไป ไทยอีสเทิร์นจัดหลักสูตรและบริการเสริมสำหรับทายาทเกษตรกรที่อาจจะทำสวนไม่เป็น หรือเป็นมืออาชีพในด้านอื่น เพื่อให้พวกเขายังคงรักษาอาชีพเกษตรกรรมและสร้างความยั่งยืนให้กับซัพพลายเชนได้  เพราะถ้าเกษตรกรรุ่นต่อไปหายไป ซัพพลายเชนก็จะหายไปด้วย

สำหรับลูกค้า ไทยอีสเทิร์นแบ่งออกเป็นกลุ่ม Price Sensitive ที่เน้นการช่วยลดต้นทุนภายในและปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เพื่อรักษาขีดความสามารถด้านราคา และกลุ่ม Premium ที่เน้นการส่งมอบ Value และนวัตกรรม โดยพยายามนำผลิตภัณฑ์เข้าไปอยู่ในสูตรการผลิตของลูกค้า เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและเปลี่ยนเจ้าได้ยาก ส่วนกับธนาคาร เน้นการสื่อสารที่โปร่งใสในช่วงวิกฤต เพื่อสร้างความมั่นใจให้สถาบันการเงินสนับสนุนวงเงินต่อไปแม้ในช่วงที่สถานการณ์เศรษฐกิจไม่แน่นอน

ความเชื่อมั่นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคำพูดสวยหรู แต่เกิดขึ้นเพราะระบบที่พิสูจน์ได้ทุกขั้นตอน

Last Man Standing ไม่ใช่คนสุดท้ายที่ขึ้นราคา แต่คือคนสุดท้ายที่ยังส่งของได้

“Last Man Standing” ไม่ได้แปลว่าเป็นคนสุดท้ายที่ขึ้นราคา แต่แปลว่าเป็นคนสุดท้ายที่ยังมีสินค้าส่งมอบให้ลูกค้าได้

คุณนุช อธิบายชัดเจนว่า ผู้นำอาจตัดสินใจขึ้นราคาเป็นคนแรกก็ได้ หากจำเป็นเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้จนถึงที่สุด เป้าหมายที่แท้จริงคือ เมื่อเกิดวิกฤตที่ทำให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันขาดแคลน โลจิสติกส์มีปัญหา หรือบรรจุภัณฑ์ขาดตลาด ไทยอีสเทิร์นต้องมีการบริหารจัดการที่แข็งแกร่งพอที่จะมีสินค้าส่งมอบให้ลูกค้าได้ ในขณะที่รายอื่นอาจต้องหยุดการผลิตไปแล้ว

แนวคิดนี้สะท้อนกลับไปสู่เรื่องการแบ่งกลุ่มลูกค้า กลุ่ม Price Sensitive พร้อมจะเปลี่ยนไปหาผู้ที่ให้ราคาต่ำกว่าทันที กลยุทธ์สำหรับกลุ่มนี้คือลดต้นทุนภายในเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น การปรับรูปแบบหรือสเปคบรรจุภัณฑ์ ส่วนกลุ่ม Strategic Partner หรือ Premium คือกลุ่มที่มองมากกว่าเรื่องราคา สิ่งที่พวกเขาให้คุณค่าคือความมั่นใจว่า ในวันที่ตลาดวุ่นวายที่สุด คุณยังจะอยู่ที่นั่น และส่งของได้ตามเดิม

ในวันที่ตลาดสงบ ราคาคือสนามแข่ง แต่ในวันที่ตลาดวิกฤต ความสามารถในการส่งมอบคือเส้นแบ่งระหว่างการอยู่รอดและการหายไป

จาก Waste สู่ Cost Reduction กลายเป็น Profit Center

โรงงานส่วนใหญ่มอง Waste Management เป็นภาระที่ต้องจ่ายเงินเพื่อทิ้ง  ไทยอีสเทิร์นเลือกมองมุมต่าง ด้วยการเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นแหล่งรายได้

คุณนุช เริ่มจากหลักการง่าย ๆ คือ การใช้ทรัพยากรหมุนเวียน เช่น การนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำหลายรอบตามความเหมาะสมของแต่ละโรงงาน ก่อนจะส่งเข้าบำบัดจริง ทำให้สิ่งที่เคยเป็นต้นทุนการกำจัดของเสีย กลายเป็น Cost Reduction ที่จับต้องได้

ก้าวต่อมาคือ การเปลี่ยนจาก Waste Management สู่ Energy Management  และต่อยอดให้กลายเป็น Profit Center หน่วยที่เคยเป็นภาระ กลายเป็นหน่วยธุรกิจที่สร้างกำไร ผ่านการให้บริการ Net Zero Solution รับจัดการของเสียจากภายนอกอย่างถูกวิธีเพื่อนำมาทำพลังงาน พร้อมให้คาร์บอนเครดิตกลับคืนแก่เจ้าของของเสียด้วย

นี่คือการเปลี่ยน Mindset ระดับองค์กร จาก “ต้นทุนที่จำเป็นต้องจ่าย” สู่ “โอกาสที่ต้องลงมือคว้า” คนที่มองของเสียเป็นเพียงปัญหา จะใช้เงินไปกับการแก้ปัญหาตลอดไป คนที่มองของเสียเป็นทรัพยากรที่ใช้ผิดที่ จะเปลี่ยนปัญหาให้กลายเป็นรายได้ใหม่ของบริษัท

งานของผู้นำ คือ เตรียมตัวสำหรับอนาคต ไม่ใช่แก้ปัญหาของเมื่อวาน (Risk Management)

งานของผู้นำไม่ใช่การแก้ปัญหาของวันนี้หรือเมื่อวาน  แต่คือการเตรียมตัวสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

คุณนุช ระบุชัดว่า หากผู้นำมัวแต่ทำงานเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จะมองไม่เห็นวิสัยทัศน์ และหากทำวันนี้เพื่อแก้ปัญหาในอีก 7 วันข้างหน้า ก็ถือว่ามีเวลาเตรียมตัวน้อยเกินไป Mindset ที่ผู้นำต้องมีคือการมองไกลกว่าวันพรุ่งนี้ และทำงานเพื่ออนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น

ในโลกปัจจุบัน “ความไม่แน่นอนคือ New Normal” ผู้นำต้องบริหารจัดการความไม่แน่นอนนั้นโดยไม่ต้องรอความแน่นอน และมองว่าปัญหาอย่างวิกฤตซัพพลายเชนหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นเรื่อง “ปกติ” ของธุรกิจไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่ต้องตื่นตระหนก

คำถามสำคัญที่ใช้จัดลำดับความเสี่ยงคือ “อะไรคือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นแล้วจะทำให้คุณต้องหยุดธุรกิจ?” หากปัญหานั้นส่งผลต่อการหยุดชะงักของสายการผลิตหรือผิดกฎหมายจนดำเนินธุรกิจต่อไม่ได้ ต้องจัดความสำคัญไว้เป็นอันดับแรก ไม่ใช่ความเสี่ยงทุกชนิดต้องถูกแก้ทันที แต่ความเสี่ยงที่ Disruption ธุรกิจได้ ต้องถูกแก้ก่อน

ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง ไทยอีสเทิร์นมีการประชุมเรื่อง Risk Management ทุกเดือนเป็น Routine เพื่อให้พนักงานร่วมกันนำเสนอประเด็นความเสี่ยงและแนวทางแก้ไข ความเสี่ยงไม่ใช่หน้าที่ของผู้บริหารคนเดียว แต่คือสายตาที่กระจายอยู่ทั่วทั้งองค์กร

ผู้นำที่แก้ปัญหาของเมื่อวานเก่งที่สุด ก็ยังเป็นผู้นำที่ตามหลังเสมอ

ถ้าผู้นำมัวแต่ ทำงานของวันนี้ มันจะไม่เห็น Vision สำหรับอนาคตอีกต่อไป
คุณนุช สินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

พัฒนาคนด้วยการลงไปเรียนรู้พร้อมกับเขา (People Development)

วิธีที่เร็วที่สุดในการสอนคนให้เก่ง ไม่ใช่การส่งไปเรียน  แต่คือการลงไปเรียนรู้ไปพร้อมกับเขา

คุณนุช และทีมบริหารใช้หลักการนี้ในทุกโครงการใหม่ที่ท้าทาย ผู้บริหารจะลงไปเรียนรู้พร้อมกับพนักงาน เพื่อสร้างประสบการณ์และองค์ความรู้เฉพาะตัวของไทยอีสเทิร์นขึ้นมา ไม่ใช่ความรู้ที่ลอกมาจากตำรา แต่คือความรู้ที่ผ่านมือและสายตาของคนในองค์กรจริง ๆ

ที่ต่อเนื่องกันคือโครงการ Change 365 ที่กระตุ้นให้พนักงานเรียนรู้อย่างต่อเนื่องทุกวัน เพื่อให้พนักงานมี Mindset ที่อยากพัฒนาตนเองและก้าวทันการเปลี่ยนแปลง พร้อมใช้วิธี “หย่อนโปรเจกต์” ให้พนักงานลองทำ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ผ่าน Learning by Doing โดยผู้นำจะคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง และเมื่อสำเร็จจะยกความดีความชอบให้เป็นผลงานของพนักงาน เพื่อสร้าง Engagement

โครงสร้าง Daily Management ก็ถูกออกแบบให้ผู้นำไม่ต้องลงไปจัดการทุกเรื่อง ปัญหาประจำวันในกระบวนการผลิตระดับ C ให้ระดับหน้างานหรือหัวหน้างานควบคุมกันเองผ่านกระบวนการที่วางไว้ ส่วนปัญหาระดับ B และ A ที่ต้องใช้วิสัยทัศน์ ประสบการณ์ และการตัดสินใจเรื่องงบประมาณ จึงเป็นหน้าที่ของผู้นำ โครงสร้างแบบนี้ทำให้ผู้นำมีเวลาคิดเรื่องอนาคต ไม่จมอยู่กับงาน Operation รายวัน

สำหรับการเปลี่ยนผ่านจากรุ่นสู่รุ่น ไทยอีสเทิร์นใช้หลักการให้คนรุ่นลูกดูแลส่วนที่ไม่ถนัดของคนรุ่นพ่อ เช่น การเงิน ตลาดใหม่ มาตรฐานสากล ในขณะที่ยังให้คนรุ่นพ่อสนุกกับสิ่งที่ถนัด เช่น วิศวกรรมและเครื่องจักร เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านราบรื่น และทุกฝ่ายยังรู้สึกมีคุณค่าในองค์กร

การพัฒนาคนที่ดีที่สุด ไม่ใช่การให้ความรู้ แต่คือการให้โอกาส และอยู่ข้างหลังเพื่อให้เขาก้าวไปได้ไกลกว่าตัวคุณเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปกบทความ
'หนุย วริษฐา' เคล็ดลับบริหารคน พาแบรนด์ Mizumi โต 2,000 ล้าน
แบรนด์ต้องอยู่ได้ด้วยคุณภาพสินค้า แม้วันที่เจ้าของไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว รับฟังแนวคิดการปลูกฝังหัวใจของการเป็นเจ้าของธุรกิจให้กับพนักงาน...
ปกบทความ (1)
ผู้นำสร้างกลยุทธ์องค์กรอย่างไร กับโลกใหม่ที่ "ไม่มีอะไรเหมือนเดิม"
พูดคุยกับดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI ที่จะมาเจาะลึก PESTEL...
ชาร์คตุ๊ก TQM
'ชาร์คตุ๊ก' ผู้นำหญิงแห่ง TQM คุมทีมงานแบบคนในครอบครัว
แม่ทัพแห่ง TQM ผู้นำหญิงที่พนักงานพูดคุยได้ทุกเรื่อง ให้ใจได้เต็มร้อย มาฟังเคล็ดลับการใช้ "เสน่ห์" บริหารคนของ...

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

องค์กรของคุณมีผู้นำระดับกลาง Frontline (Supervisor/First Time Manager/Manager) ประมาณกี่ท่าน
ท่านมีหลักสูตรพัฒนา Frontline Leader หรือผู้นำระดับกลางหรือไม่

สนใจเป็นส่วนหนึ่งของทีมบียอนด์ เทรนนิ่ง

    หากคุณมีความสนใจและต้องการเป็นส่วนหนึ่งกับเรา คุณสามารถกรอกข้อมูลด้านล่าง เพื่อให้ทางทีมงานพิจารณาแล้วตอบกลับคุณโดยไวที่สุด

Full Name

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน