ธุรกิจ Distributor แบบดั้งเดิมทำหน้าที่ได้ดีในยุคที่ตลาดเปลี่ยนช้า แต่เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วและความคาดหวังของ Vendor สูงขึ้นทุกปี การทำหน้าที่แค่ “ตัวกลางรับส่งสินค้า” ก็ไม่เพียงพออีกต่อไป
คุณยี้-สุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เลือกนิยามบทบาทของ SYNNEX ใหม่ว่าคือการเป็น “IT Ecosystem” ที่ทำหน้าที่เป็น Complete Solution ดูแลตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เป้าหมายคือให้ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น Vendor, Dealer หรือ Partner นึกถึง SYNNEX เป็นชื่อแรกทุกครั้งที่ต้องการทำธุรกิจเทคโนโลยีในไทย ในทางปฏิบัติ การเป็น IT Ecosystem หมายถึงการขยายขอบเขตความรับผิดชอบออกไปหลายมิติพร้อมกัน SYNNEX รับผิดชอบ Marketing & Branding ให้กับแบรนด์เกมมิ่ง บริหาร Supply Chain ที่ส่งสินค้าถึงมือผู้ใช้ภายใน 3 ชั่วโมงสำหรับสินค้าบางประเภทโดยที่พาร์ทเนอร์ไม่ต้องสต็อกสินค้าเอง และทำหน้าที่ตัวแทนบริการหลังการขายให้กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Huawei และ Xiaomi พร้อมระบบ QR Code ที่ลูกค้าสแกนเพื่อเช็กประกันและติดตามสถานะการซ่อมได้ทันที
เมื่อ SYNNEX สามารถดูแลทุกมิติของ Ecosystem ได้อย่างครบถ้วน บทบาทก็เปลี่ยนจาก “คนกลาง” ไปเป็น “Complete Solution Partner” ที่ทำให้ Vendor ไม่จำเป็นต้องตั้งทีมหลังบ้านในไทยเองเลย เพราะ SYNNEX ทำหน้าที่นั้นได้ทั้งหมด การเป็นศูนย์กลางของ Ecosystem ไม่ใช่แค่การทำธุรกิจกว้างขึ้น แต่คือการทำให้ตัวเองขาดไม่ได้ในทุกจุดของวงจร
ในธุรกิจเทคโนโลยีที่สินค้ามีมูลค่าสูงและผู้บริโภคต้องการการดูแลต่อเนื่อง ความไว้วางใจไม่ใช่ปัจจัยเสริม มันคือหัวใจของทุกอย่าง
คุณยี้-สุธิดา มงคลสุธี CEO ซินเน็ค (ประเทศไทย) ออกแบบโลโก้ “Trusted by SYNNEX” ขึ้นมาเพื่อส่งสัญญาณสองอย่างให้กับผู้บริโภคในคราวเดียว ว่าสินค้าชิ้นนั้นเป็นของแท้ 100% และมีบริการหลังการขายที่เชื่อถือได้ ปัจจุบัน SYNNEX ยกระดับสัญญานี้ให้จับต้องได้ยิ่งขึ้นด้วยระบบ QR Code ที่ลูกค้าสแกนเพื่อเช็กประกันและติดตามสถานะการซ่อมได้ทันที ทำให้ความโปร่งใสของ Commitment กลายเป็นสิ่งที่ตรวจสอบได้จริง แต่โลโก้และระบบเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ การพิสูจน์ความไว้วางใจต้องทำผ่านผลงานจริง SYNNEX สร้างยอดขายและ Market Share ให้กับแบรนด์อย่าง SanDisk และ WD จนกลายเป็นผู้นำระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่พูดแทนตัวมันเอง ควบคู่กับ Commitment ที่ชัดเจนว่าพร้อมเติบโตและแก้ปัญหาไปพร้อมกับแบรนด์ในทุกสถานการณ์ในแบบ Do or Die เมื่อชื่อเสียงถูกสร้างจากผลงานจริงซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่ตามมาคือ Word of Mouth ที่ไม่มีงบโฆษณาใดซื้อได้ แบรนด์อย่าง Nintendo เป็นฝ่ายเดินเข้ามาหา SYNNEX เองเพราะได้ยินชื่อเสียงจากแบรนด์อื่นที่เคยทำงานด้วย
ความไว้วางใจไม่ได้สร้างด้วยการประกาศ แต่สร้างจากการทำในสิ่งที่พูดไว้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทุกคนในวงการรู้โดยไม่ต้องบอก
การสัญญาไว้กับพาร์ทเนอร์ไม่ใช่แค่คำพูดในห้องประชุม มันคือภาระผูกพันที่ต้องรักษาไว้แม้โลกภายนอกจะเปลี่ยนไปก็ตาม
คุณยี้-สุธิดา มงคลสุธี CEO ซินเน็ค (ประเทศไทย) มองว่ากลยุทธ์หลักในการรักษา Commitment คือการสร้าง New S-Curve ไว้ล่วงหน้า 1-2 ปี ก่อนที่ธุรกิจหลักตัวใดตัวหนึ่งจะประสบปัญหา ธุรกิจใหม่ที่เตรียมไว้จะสามารถ Land-in เข้ามาสร้างรายได้ชดเชยได้พอดี แนวคิดนี้คือการไม่พึ่งพาเพียงธุรกิจเดียว แต่บริหารพอร์ตฟอลิโอให้มีเสาหลักหลายต้นพร้อมรองรับทุกสถานการณ์ เมื่อประเมินแล้วว่าผลประกอบการอาจไม่เป็นไปตามเป้าเนื่องจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น สินค้าขาดตลาด (Supply Shortage) แนวทางที่เลือกคือการสื่อสารกับพาร์ทเนอร์ทันที ไม่ปิดบัง ไม่รอจนถึงปลายงวด เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถวางแผนรับมือและหาทางออกร่วมกันได้ก่อนที่ผลกระทบจะเกิดขึ้นจริง
ในระดับผลิตภัณฑ์ หาก Product Mix บางตัวมี Margin ต่ำหรือมีอุปสรรคในการขาย SYNNEX จะใช้กลยุทธ์ Cross-selling นำสินค้าที่มี Margin สูงกว่า เช่น ซอฟต์แวร์หรือบริการ เข้ามาเสริมในชุดเดียวกัน เพื่อให้ผลประกอบการในเชิงกำไรยังเป็นไปตามเป้าหมายได้แม้รายได้รวมจะเปลี่ยนแปลง
การรักษา Commitment ในระยะยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าไม่มีอุปสรรค แต่ขึ้นอยู่กับว่าเห็นอุปสรรคล่วงหน้าได้ไกลแค่ไหน และเตรียมทางออกไว้พร้อมแค่ไหน
ในอีก 3 ปีข้างหน้า คำถามจะไม่ใช่ “คุณใช้ AI ไหม?” เพราะ AI จะอยู่ในทุกอุปกรณ์จนเราไม่รู้สึกอีกต่อไปว่ากำลังใช้มันอยู่
คุณยี้-สุธิดา มงคลสุธี CEO ซินเน็ค (ประเทศไทย) มองว่า AI กำลังก้าวสู่การเป็น Foundation Technology หรือเทคโนโลยีฐานราก ที่ฝังตัวอยู่ในทุกอุปกรณ์และทุกกระบวนการของชีวิตประจำวันอย่างเงียบๆ ไม่ต่างจากที่เราไม่รู้สึกว่ากำลัง “ใช้อินเทอร์เน็ต” ทุกครั้งที่กดโทรศัพท์ในวันนี้ สิ่งที่ AI จะไม่ทำคือการมาแทนที่มนุษย์ทั้งหมดในทุกธุรกิจ แต่สิ่งที่จะเปลี่ยนแน่นอนคือวิธีการทำงาน โลกการทำงานในอนาคตจะต้องการมนุษย์ที่มี Skill Set ใหม่ ความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดจะกลายเป็นทักษะที่จำเป็น ไม่ใช่ทักษะเสริมอีกต่อไป
การเตรียมพร้อมสำหรับยุค AI จึงไม่ใช่การกลัวว่าจะถูกแทนที่ แต่คือการตั้งคำถามว่า Skill Set ที่มีอยู่ในวันนี้ยังตอบโจทย์โลกที่ AI เป็นพื้นฐานได้หรือไม่ — และถ้าไม่ ต้องเริ่มพัฒนาตั้งแต่เมื่อไหร่
บทสัมภาษณ์คุณสุธิดา มงคลสุธี
ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์คนเดียว โดยไม่มีทีมที่เห็นภาพเดียวกัน คือผู้นำที่กำลังเดินคนเดียวในความมืด
คุณยี้-สุธิดา มงคลสุธี CEO ซินเน็ค (ประเทศไทย) ชี้ว่าหากทีมงานมองไม่เห็นภาพเดียวกันกับผู้นำ ผู้นำจะรู้สึกเหนื่อยมากเพราะเป้าหมายที่อยู่ในหัวกับสิ่งที่ทีมกำลังทำนั้นไม่ตรงกัน กระบวนการสร้าง Shared Vision จึงต้องเริ่มจากการสื่อสาร Context ให้ชัดเจนว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างไร และหากองค์กรไม่เริ่มทำในตอนนี้ โอกาสนั้นก็จะตกไปอยู่ในมือคนอื่น ทั้งที่ SYNNEX มีความพร้อมที่สุด จุดสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือการ “ถามหาความเชื่อมั่น” อย่างตรงไปตรงมา ผู้นำต้องกล้าถามทีมงานว่า “เชื่อไหมว่าสิ่งนี้จะทำได้และประสบความสำเร็จ?” เพราะถ้าทีมงานไม่เชื่อ พวกเขาจะไม่มีแรงขับเคลื่อนให้ไปถึงเป้าหมายได้จริง และเมื่อพบว่าทีมกังวลหรือไม่เชื่อในส่วนใด สิ่งที่ผู้นำต้องทำคือ “Crack the points” เปิดใจคุยเพื่อหาจุดที่ติดขัดและช่วยกันแก้ไขจนกว่าความกังวลนั้นจะหมดไป กระบวนการนี้ต้องเชื่อมภาพใหญ่กับภาพเล็กเข้าหากัน (Connect the Dots) ผู้นำต้องช่วยให้ทีมงานมองเห็นว่าสิ่งที่เขากำลังทำในวันนี้เชื่อมโยงกับทิศทางขององค์กรอย่างไร เมื่อทีมงานเห็นภาพรวมและเข้าใจโอกาสที่กำลังมา พวกเขาจะไม่ได้รู้สึกแค่ว่า “กำลังทำงาน” แต่จะรู้สึกว่า “กำลังเติบโตไปพร้อมกับองค์กร”
วิสัยทัศน์ที่ดีที่สุดไม่ใช่แค่สิ่งที่ผู้นำเห็น แต่คือวิสัยทัศน์ที่ทีมงานทุกคนร่วมกันสร้างให้เป็นจริง
โอกาสใหม่ในธุรกิจเทคโนโลยีไม่รอให้ทีมงานพร้อมก่อน ดังนั้นองค์กรต้องเตรียมคนให้พร้อมก่อนที่โอกาสนั้นจะมาถึง
คุณยี้-สุธิดา มงคลสุธี CEO ซินเน็ค (ประเทศไทย) บริหารคนด้วยสองแนวทางควบคู่กัน แนวทางแรกคือ Internal Transfer ที่เปิดโอกาสให้พนักงานเดิมที่มีศักยภาพได้ย้ายไปเติบโตในเส้นทางใหม่ โดยสามารถขอย้ายไปทำงานในแผนกอื่นได้หากผ่านการสัมภาษณ์และได้รับการอนุมัติจากผู้บริหาร แนวทางที่สองคือการ Recruit Specialist จากภายนอก สำหรับธุรกิจใหม่ที่ต้องการทักษะเฉพาะทางที่คนในองค์กรยังไม่มี ปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังทั้งสองแนวทางคือความเชื่อว่าบุคลากรสามารถพัฒนาศักยภาพไปได้ไกลกว่าทักษะเดิมที่พวกเขามี และการอยู่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต้องเปิดรับสิ่งใหม่โดยไม่มีข้อจำกัด แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่า SYNNEX มองหาโอกาสก่อน แล้วค่อยเตรียมทัพ ไม่ใช่รอให้ทัพพร้อมก่อนแล้วค่อยออกเดิน
Ownership ที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการมอบหมายงาน แต่เกิดจากการให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองมีส่วนได้ส่วนเสียกับความสำเร็จขององค์กรจริงๆ SYNNEX ส่งเสริมสิ่งนี้ผ่านนโยบาย ESOP หรือการให้หุ้นพนักงาน เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่าตนเองเป็นเจ้าของบริษัท ไม่ใช่แค่คนทำงานให้บริษัท คนที่รู้สึกเป็นเจ้าของ ทำงานด้วยมาตรฐานที่ต่างออกไปจากคนที่แค่ทำตามหน้าที่
องค์กรที่โตได้เฉพาะตอนที่ผู้นำอยู่ด้วย คือองค์กรที่ยังไม่ได้สร้างผู้นำจริงๆ
คุณยี้-สุธิดา มงคลสุธี CEO ซินเน็ค (ประเทศไทย) ยึดปรัชญา “ผู้นำสร้างผู้นำ ไม่ใช่ผู้นำสร้างผู้ตาม” เป็นหลักในการบริหารองค์กร เมื่อบริษัทขยายใหญ่ขึ้น ผู้นำเพียงคนเดียวจะไม่สามารถดูแลทุกอย่างได้ทั่วถึง การมีผู้นำในทุกระดับที่สามารถตัดสินใจและรับผิดชอบได้เองจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่คือความจำเป็น
การสร้างผู้นำต้องเริ่มจากการให้ความไว้วางใจ (Trust) และเปิดพื้นที่ให้พวกเขาตัดสินใจด้วยตัวเอง การมี “Room for error” หรือพื้นที่ให้ทีมงานได้ลองผิดลองถูก คือกระบวนการสำคัญในการปลูกฝัง Ownership ในงาน ไม่มีผู้นำคนใดเติบโตขึ้นมาได้โดยไม่ผ่านความผิดพลาดสักครั้ง และหน้าที่ขององค์กรคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ความผิดพลาดนั้นสอนได้ ไม่ใช่ทำลาย นโยบาย ESOP หรือการให้หุ้นพนักงาน เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ SYNNEX ใช้เพื่อเชื่อมโยงความสำเร็จส่วนตัวของพนักงานเข้ากับความสำเร็จขององค์กร เมื่อทุกคนรู้สึกว่าตนเองเป็นเจ้าของบริษัทจริงๆ ความมุ่งมั่นในการนำพาองค์กรให้เติบโตก็กลายเป็นแรงขับที่ฝังอยู่ในตัวของมันเอง
ผู้นำที่ดีไม่ได้วัดจากสิ่งที่ตัวเองทำสำเร็จ แต่วัดจากผู้นำที่ตัวเองสร้างขึ้นมา
หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน
หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน
หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน
หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน
หากคุณมีความสนใจและต้องการเป็นส่วนหนึ่งกับเรา คุณสามารถกรอกข้อมูลด้านล่าง เพื่อให้ทางทีมงานพิจารณาแล้วตอบกลับคุณโดยไวที่สุด
หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน