ปั้นแบรนด์ บริหารคน สไตล์หมู พลพัฒน์ 'ASAVA GROUP'

จักรวาล Asava Group กับแนวคิด "ใฝ่ฝัน"

หลายคนรู้จัก Asava ในฐานะแบรนด์แฟชั่น แต่ภาพที่แท้จริงของ Asava Group ในวันนี้ใหญ่กว่านั้นมาก ทุกธุรกิจในเครือถูกออกแบบมาให้ขับเคลื่อนซึ่งกันและกัน และทั้งหมดดำเนินไปภายใต้ปรัชญาเดียวกัน ธุรกิจของ Asava Group แบ่งออกเป็นสามส่วนหลักภายใต้กรอบ 3F ได้แก่ Fashion, Food และ Film โดยที่ Fashion ทำหน้าที่เป็น Driver ของทุกธุรกิจในเครือ ประกอบด้วยแบรนด์ Asava, ASV, White Asava สำหรับชุดเจ้าสาว, Uniform by Asava และแบรนด์ผู้ชายอย่าง Moo Fashion ในที่นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสินค้า แต่คือตัวนำที่กำหนดทิศทางของทุกธุรกิจที่เดินไปพร้อมกัน

รากฐานของจักรวาลธุรกิจนี้ผูกติดกับเรื่อง Taste หรือ “รสนิยม” อย่างแยกไม่ออก คุณหมูมองว่ารสนิยมมีสองส่วนที่ทำงานควบคู่กัน ส่วนหนึ่งสามารถปลูกฝังได้ผ่านการคัดกรอง Input ที่เราใส่ให้ตัวเอง ซึ่งหมายความว่าทุกคนสามารถพัฒนารสนิยมได้หากเลือกรับข้อมูลและประสบการณ์ที่ดีอย่างสม่ำเสมอ แต่อีกส่วนหนึ่งคือความสามารถในการนำข้อมูลทั้งหมดนั้นมาประมวลผลให้กลายเป็น “ลายเซ็น” เฉพาะตัว ซึ่งเป็นลีลาและมุมมองที่แตกต่างกันในแต่ละคน และส่วนนี้เองที่ทำให้แต่ละคนมีเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถลอกเลียนได้

แนวคิดที่สะท้อนปรัชญาของเขาได้ชัดเจนที่สุดคือคำว่า “ใฝ่ฝัน” ซึ่งเขาแยกให้เห็นว่าประกอบด้วยสองส่วนที่ต่างกันอย่างมีนัย ส่วนแรกคือ “ฝัน” ที่ต้องใหญ่พอ เพราะความฝันคือทิศทางที่กำหนดว่าเราจะเดินไปที่ไหน ส่วนที่สองคือ “ใฝ่” ซึ่งครอบคลุมทั้งการใฝ่เรียนรู้ ใฝ่ทำงาน การสั่งสมประสบการณ์ และการไม่ท้อถอยเมื่อเผชิญกับอุปสรรค สองส่วนนี้ต้องทำงานร่วมกันจึงจะเกิดผลได้จริง ฝันอย่างเดียวโดยไม่ใฝ่ หรือใฝ่อย่างเดียวโดยไม่มีความฝันที่ใหญ่พอ ต่างก็ไม่สมบูรณ์

วิธีที่เขาใช้ Manifest เป้าหมายให้เกิดขึ้นจริงคือการมีภาพในหัวที่ชัดเจนว่าต้องการมีชีวิตหรือทำอะไร แล้วให้ภาพนั้นนำทางทุกการกระทำในชีวิตประจำวัน การ Manifest สำหรับเขาจึงไม่ใช่การเพ้อฝันหรือรอให้สิ่งดีงามเข้ามาเอง แต่คือการนำจิตไปยังทิศทางที่ต้องการอย่างมีสติ พร้อมกับการลงมือทำ (Take Action) อย่างต่อเนื่อง ภาพที่ชัดในหัวคือเครื่องมือ ไม่ใช่จุดหมาย

บทสัมภาษณ์คุณหมู พลพัฒน์ อัศวะประภา

วิธีพาตัวเองและธุรกิจกลับมาจากวิกฤต

ยิ่งตำแหน่งสูง ปัญหายิ่งใหญ่ขึ้นตาม  นี่คือความจริงที่คุณหมูเลือกยอมรับและยอมรับอย่างมีสติ ไม่ใช่หลีกเลี่ยง

เมื่อเผชิญวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นการขาดทุนหรือปัญหาที่หนักหน่วง วิธีที่เขาพาตัวเองและธุรกิจผ่านมาได้คือการปักธงเป้าหมายใหญ่ไว้ข้างหน้าอย่างชัดเจนก่อนเสมอ วิธีคิดนี้ทำงานอย่างชาญฉลาด เพราะเมื่อมีทิศทางที่ชัด การล้มในแต่ละครั้งจะเจ็บน้อยลงและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เส้นทางข้างหน้ายังคงมีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างทาง

เขาเชื่อว่าความล้มเหลวและบาดแผลไม่ใช่สัญญาณที่บอกว่าเส้นทางนั้นผิด แต่คือส่วนหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเดินทางสู่ความสำเร็จ การทำความเข้าใจและยอมรับความจริงข้อนี้คือสิ่งที่ทำให้เมื่อล้มแล้วสามารถลุกขึ้นได้เร็วขึ้น เพราะไม่ต้องเสียเวลาต่อสู้กับสิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางอยู่แล้ว

นอกจากการมีเป้าหมายใหญ่ คุณหมูยังเชื่อในการหมุนกงล้อแห่งโชคดีด้วยตัวเอง ผ่านสามทางหลัก ทางแรกคือความขยัน ทางที่สองคือการเปิดโอกาสให้ตัวเองอยู่เสมอ และทางที่สามคือการมีบุคลิกที่น่าเมตตา เพราะบุคลิกที่น่าเมตตาคือสิ่งที่ดึงให้คนดี ๆ เข้ามาช่วยเหลือในยามที่ต้องการ โชคดีในมุมมองของเขาจึงไม่ใช่สิ่งที่รอให้เกิดขึ้นเอง แต่คือสิ่งที่สร้างขึ้นได้จากการกระทำสะสมในทุกวัน

ในด้านการจัดการความเครียดระยะยาว หัวใจของแนวคิดเขาคือการยอมรับความจริงที่ว่ามนุษย์เกิดมาเพื่อแก้ปัญหา และยิ่งตำแหน่งสูงขึ้น ปัญหาก็ยิ่งใหญ่ขึ้นตาม ดังนั้นจึงต้องยอมรับความจริงข้อนี้และปรับตัวให้เข้ากับมัน ไม่ใช่ต่อต้าน เมื่อยอมรับว่าปัญหาคือ “ครู” ไม่ใช่ศัตรู ทัศนคติที่มีต่อความยากลำบากก็เปลี่ยนไป จากสิ่งที่ต้องต้านเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้

วัฒนธรรม Asava : เมื่อ Sincerity คือ ทรัพย์สินที่สำคัญที่สุด

ในโลกธุรกิจที่แข่งขันกันด้วยราคาและโปรโมชั่น คุณหมูเลือกสร้างความได้เปรียบด้วยสิ่งที่ซื้อขายหรือลอกเลียนแบบไม่ได้ นั่นคือ Sincerity และชื่อเสียงที่สะสมมาจากความสม่ำเสมอ

สิ่งที่เขามองว่าเป็นรากของความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า หรือผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ คือความสม่ำเสมอ การสร้างชื่อเสียงในทางที่ดี และความนอบน้อมถ่อมตน เขาเชื่อว่าผู้ใหญ่ที่มีปัญญาจะมองเห็นศักยภาพและแนวทางการดำเนินชีวิตที่มีคุณค่า และสิ่งที่ดึงดูดคนเหล่านั้นเข้ามาไม่ใช่ตัวเลขความสำเร็จในระยะสั้น แต่คือบุคลิกและการกระทำที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่เขาให้ความสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ Compassion ที่มีต่อผู้อื่น ซึ่งในมุมมองของเขาไม่ใช่การรอรับความเมตตาจากผู้อื่นอย่างเดียว แต่ต้องรู้จักส่งต่อโอกาสให้ผู้อื่นด้วย เพราะความเมตตาที่ไหลเวียนออกไปนั้นมักหวนกลับมาในรูปแบบที่ไม่คาดคิด และนั่นคือรากของความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน

ในแง่ของการทำธุรกิจ คุณหมูมองว่าความจริงใจ (Sincerity) และความไว้เนื้อเชื่อใจคือทรัพย์สิน (Asset) ที่สำคัญที่สุดขององค์กร มาตรฐานที่เขายึดถือคือ หากงานออกมาไม่ได้คุณภาพตามที่ควรจะเป็น เขาพร้อมขอโทษและเริ่มใหม่โดยไม่เก็บเงิน เพราะในมุมมองของเขา ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนมีมูลค่าสูงกว่าการทำกำไรในระยะสั้นเสมอ เขาไม่ใช้วิธี “ตีหัวเข้าบ้าน” หรือหวังกำไรระยะสั้น แต่เน้นความสัมพันธ์ระยะยาว ซึ่งจะนำไปสู่การบอกต่อและการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว

www.prachachat.net

ปรัชญาการนำคนของคุณหมู : Compassion ที่มาพร้อมกลยุทธ์

การนำด้วย Compassion ไม่ใช่การละเว้นความจริงหรือหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่ยาก แต่คือการดูแลคนอย่างมีเป้าหมาย  และนั่นคือรากฐานของ Leadership Style ของคุณหมู

เขาไม่ได้มองตัวเองเป็น Perfectionist แต่เป็นคนที่มักมองเห็นข้อบกพร่องในงานของตัวเองเสมอ ไม่ใช่เพื่อวิจารณ์โดยไม่มีจุดประสงค์ แต่เพื่อนำมาพัฒนาและปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขายึดหลักการปกครองด้วย Compassion คือมองเป้าหมายขององค์กรไปพร้อมกับดูแลความต้องการและคุณภาพชีวิตของคนที่ทำงานร่วมกัน สองสิ่งนี้ไม่ใช่ข้อขัดแย้ง แต่คือสิ่งที่ต้องเดินคู่กันเสมอ

ความท้าทายที่ยากที่สุดอย่างหนึ่งในองค์กรสร้างสรรค์คือการหาสมดุลระหว่างความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินกับความเป็นจริงของธุรกิจ วิธีที่เขาเลือกรับมือกับเรื่องนี้ไม่ใช่การ “คว่ำกระดาน” ความคิดของลูกน้อง แม้ในบางครั้งเขาจะรู้ล่วงหน้าแล้วว่าแนวทางนั้นอาจไม่ได้ผล เขาจะปล่อยให้ทดลองในปริมาณที่เหมาะสมก่อน เพราะเชื่อว่าประสบการณ์จริงมีพลังในการสร้างความเข้าใจที่ลึกกว่าการบอกเพียงอย่างเดียว

จากนั้นจึงใช้ข้อมูลตัวเลข (Data) เป็นบทเรียนที่ให้พวกเขาเห็นภาพความจริงด้วยตัวเอง วิธีนี้ทำให้คนเก่งเติบโตและเรียนรู้ได้จริง โดยไม่หมดไฟจากการถูกปฏิเสธซ้ำ ๆ ความแตกต่างระหว่างการบอกว่า “ไม่” กับการปล่อยให้เห็นด้วยตัวเองจาก Data คือความแตกต่างระหว่างการสอนกับการเรียนรู้จริง

ในด้านการสื่อสาร เขาเน้นการแชร์ประสบการณ์มากกว่าการสอนแบบทางเดียว (One-way) เพราะการแชร์ประสบการณ์สร้างบทสนทนาที่ทั้งสองฝ่ายมีส่วนร่วม เขาให้เกียรติและรับฟังเสียงของทุกคน (Voice) เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมในผลงานที่เกิดขึ้น เพราะ Empathy คือพื้นฐานของการสื่อสารที่สร้างผลได้จริง ไม่ใช่แค่การถ่ายทอดข้อมูล คนที่รู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมจะทำงานด้วยพลังงานที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

www.matichon.co.th
คำว่า 'ใฝ่ฝัน' คือ ไม่ใช่แค่ฝันใหญ่ แต่ต้องใฝ่ใหญ่ (ความเพียร การเรียนรู้ และการไม่ย่อท้อ) ด้วย
คุณหมู พลพัฒน์ อัศวะประภา ผู้ก่อตั้งอาณาจักรแบรนด์แฟชั่น Asava Group

พี่หมู..ฝากอะไรถึงผู้นำรุ่นใหม่

ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นและเศรษฐกิจชะลอตัว เขามองว่าองค์กรที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ใช่องค์กรที่ไม่มีปัญหา แต่คือองค์กรที่อยู่กับความยากลำบากได้ และสามารถหาโอกาสจากความวุ่นวายนั้น คนที่เหลืออยู่ในองค์กรต้องสามารถเป็นตัวแทน (Represent) ขององค์กรได้ดีที่สุด เพราะในยุคที่ AI ทำงานแทนได้มากขึ้น สิ่งที่มีคุณค่าสูงสุดในองค์กรคือคนที่แสดงออกถึงความเป็นตัวตนขององค์กรได้อย่างแท้จริง

ผู้นำในยุคนี้ต้องใช้ “ใฝ่ฝัน” ที่มาพร้อมกลยุทธ์ (Strategy) ไม่ใช่แค่ใช้เงินแก้ปัญหา และต้องถ่ายทอดทัศนคติเชิงบวกให้คนทั้งองค์กรมองเห็นโอกาสในยามวิกฤต เพราะทัศนคติของผู้นำคือสิ่งที่กำหนดว่าทั้งองค์กรจะมองวิกฤตเป็นจุดจบหรือจุดเริ่มต้น

ในยุคที่ AI ทำงานแทนคนได้มากขึ้นเรื่อย ๆ คนที่ยังมีคุณค่าคือคนที่สามารถเป็นตัวแทนที่ดีที่สุดขององค์กร  ด้วยสิ่งที่ไม่มีโปรแกรมใดทำแทนได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปกบทความ (1)
'ชวน วุฒิพงศ์' พา Urban Dude เปลี่ยนภาพฝันให้เป็นจริง สร้าง Product Value จนลูกค้ากล้าซื้อแพง
‘ชวน วุฒิพงศ์’ พา URBAN DUDE เปลี่ยนภาพฝันให้เป็นจริง สร้าง Product Value จนลูกค้ากล้าซื้อแพง DOWNLOAD...
ปกบทความ
'นก มณีรัตน์' ผู้นำหญิงที่เก่งบริหารความเปลี่ยนแปลง สร้าง Trust ให้เกิดกับลูกทีม GEN ใหม่
Independent Board Playbook กรรมอิสระที่เป็น"สติ" ชี้ทิศทางให้กับผู้บริหารองค์กร​
ปกบทความ
Independent Board Playbook กรรมอิสระที่เป็น"สติ" ชี้ทิศทางให้กับผู้บริหารองค์กร​
Independent Board Playbook กรรมอิสระที่เป็น"สติ" ชี้ทิศทางให้กับผู้บริหารองค์กร​

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

องค์กรของคุณมีผู้นำระดับกลาง Frontline (Supervisor/First Time Manager/Manager) ประมาณกี่ท่าน
ท่านมีหลักสูตรพัฒนา Frontline Leader หรือผู้นำระดับกลางหรือไม่

สนใจเป็นส่วนหนึ่งของทีมบียอนด์ เทรนนิ่ง

    หากคุณมีความสนใจและต้องการเป็นส่วนหนึ่งกับเรา คุณสามารถกรอกข้อมูลด้านล่าง เพื่อให้ทางทีมงานพิจารณาแล้วตอบกลับคุณโดยไวที่สุด

Full Name

ติดต่อรับคำปรึกษา

หากท่านมีความสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหลักสูตรของทางบริษัท Beyond Training ท่านสามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางบริษัทขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ให้บริการฝึกอบรมกับท่าน

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ
ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม
ระดับของพนักงานที่ต้องการอบรม
งบประมาณฝึกอบรมต่อวัน